Posts

foreignfriend2

ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยการหาเพื่อนฝรั่งกันเถอะ! (ep.2)

foreignfriend2

languageexchange2

ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยการหาเพื่อนฝรั่งกันเถอะ!
.
ตอนแรกเราบอกเหตุผลกันไปแล้ว ว่าวิธีการเรียนภาษาอังกฤษให้เราใช้ภาษาได้อังกฤษจริงๆ
.
ไม่ใช่ใช้สอบ สอบเสร็จแล้วลืมหมดดดด….TT
.
วิธีที่ดีสุดของการเรียนให้ใช้ภาษาได้จริงๆ คงไม่มีวิธีไหนดีไปกว่า “การได้ใช้ภาษาจริงๆ”
.
นั่นคือ เราต้องหาเพื่อนต่างชาติเพื่อให้เราได้มีโอกาสได้หัดใช้ภาษาเพื่อการสื่อ สารอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ก้มหน้าท่องแกรมมาร์ตามตำราเรียน
.
ฟังดูก็ดีนะ… แล้วไออย่างเราจะไปหาเพื่อนฝรั่งจากไหนล่ะ!? ให้ไปยืนแถวสีลมหรือพัทยาหรอ เอิ่มม..ไม่ดีมั้ง!
.
มาๆใจนิ่งๆ… วันนี้ Mind English จะแนะนำวิธีเจ๋งๆในการเพื่อนฝรั่งเพื่อสำหรับฝึกภาษาโดยเฉพาะมาให้ชาวแฟนเพจมายด์อิงลิชโดยเฉพาะ
.
อันดับแรกเข้าเว็บนี้เลย http://howdoyou.do/
.
เว็บนี้เป็นเว็บใหม่ที่รวบรวมคนอยากฝึกภาษาต่างๆรวมทั้งภาษาอังกฤษ (เช่นเราเป็นต้น) ให้มาแลกเปลี่ยนภาษากัน มีระบบที่ตัวเว็บพัฒนาขึ้นมาเอง
.
ทั้งระบบแชท(คุยเป็นตัวอักษร), ระบบ Audio Call (คุยด้วยเสียง) และเจ๋งสุดๆสำหรับคนมั่นใจๆแล้วอย่างระบบ Video Call (คุยกันแบบเห็นหน้าค่าตา)
.
เรียกได้ว่า ไม่ต้องใช้โปรแกรมอื่นๆเลย เราเข้าไปหาเพื่อนคุยได้เลย แรกๆอาจแชทก่อนก้ได้ พอเริ่มมั่นใจ เริ่มสนิทมากขึ้นค่อย Audio Call และ Video Call ต่อไป
.
เว็บนี้คนเล่นอาจยังไม่เยอะมาก แต่ระบบซัพพอร์ทเจ๋งมากกก
.
ถ้าอยากได้เว็บที่คนเล่นเยอะๆ ก็นี่เลย http://www.mylanguageexchange.com/ แต่เว็บนี้ไม่มีระบบของตัวเอง
เราต้องส่งอีเมลคุยกัน หรือแอด skype เม้าท์กับเพื่อนต่างชาติอีกที
.
เนี่ยแหละ เว็บหาเพื่อนฝรั่ง เว็บแนวนี้ดีหน่อย ตรงที่ทุกคนมาหาเพื่อนฝึกภาษา
.
แต่ถ้าใครอยากแอดวานซ์กว่านี้ อยากมากกว่าหาเพื่อน เลยไปหาคู่เลย อันนี้แอดมินไม่รู้แล้วจ้าา ใครรู้มา share ให้เพื่อนๆฟังหน่อยก็ได้น้า
.
เห็นสาวๆหนุ่มๆแถวนี้อยากควงฝรั่งกันหลายคน 555+

foreignfriend1

ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยการหาเพื่อนฝรั่งกันเถอะ! (ep.1)

foreignfriend1

languageexchange

ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยการหาเพื่อนฝรั่งกันเถอะ! (ตอนที่1)
.
เคยได้ยินคนแนะนำบ่อยๆ “เห้ย อยากพูดภาษาอังกฤษได้ ต้องหาเพื่อนฝรั่ง คุยกับเค้าบ่อยๆดิ” ถามว่าดีไหม? ดีมาก บอกเลย!
.
ไม่มีการฝึกภาษาวิธีไหน ที่ดีไปกว่าการได้ใช้ภาษาจริงๆอีกแล้ววว
.
เคยได้ยินไหม…บางคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ เพราะได้ไปเจอ ได้ไปคลุกคลีกับฝรั่ง สุดท้ายนานๆไป ดันพูดได้เองเฉ๊ย…ไม่ได้ไปลงคอร์สเรียนภาษา ท่องศัพท์ ท่องแกรมมาร์อะไรเล้ยย
.
ใครเคยมีประสบการณ์นี้ วานมาช่วยคอมเมนท์เล่าให้เพื่อนๆฟังที ว่าแค่มีโอกาสได้ฟัง ได้พูดบ่อยๆ ก็สามารถคุยกับฝรั่งได้แล้วว
.
และบางคนไม่ได้พูดได้ธรรมดานะ ยังสามารถใช้ประโยคแปลกๆ (idiom) หรือคำแปลกๆ (Slang) ที่ไม่มีในหนังสือเรียนอีก แต่เป็นคำที่ฝรั่งเค้าใช้กันในชีวิตประจำวันจริงๆ
.
เช่น เราทำอะไรซักอย่าง มีฝรั่งมาพูดกับเราว่า You rock!!
เราคิดในใจ “เอาละมึง แม่งแปลว่าไรวะ แม่งคิดว่าเราชอบเพลงร๊อคหรือเปล่า แต่ไม่่ใช่นะเว่ย เราแม่งชอบเพลงแจ๊ซ อย่ากระนั้นเลย บอกแม่งให้เข้าใจดีกว่า!
.
บทสนทนานี้ เลยเป็นประมาณว่า
.
ฝรั่ง : Hey man, you rock!!
เรา : Oh no no, I jazz
ฝรั่ง : ….!!??
เรา : %^&*()_
.
เนี่ยถ้าเคยไม่ใช่จริงก็ไม่มีทางรู้ว่า You rock ไม่ได้แปลว่า คุณชอบเพลงร๊อค แต่มันคือ idiom ที่หมายความว่า เห้ย นายแม่งเจ๋งว่ะ ถ้าเทียบเป็นภาษาวัยรุ่น ประมาณว่า เห้ย สุดตีน สุดติ่งกระดิ่งแมว อะไรประมาณนี้
.
คือพูดง่ายๆว่าการได้คุยกับฝรั่งบ่อยๆเนี่ย ถือว่าเป็นทางลัดที่สุดของการฝึกภาษาให้พูดได้แล้ววว
.
(จริงๆไม่ต้องคุยกับฝรั่งก็ได้นะ คือคุยภาษาอังกฤษเนี่ยแหละ กับชาติไหนก็ได้ คนไทยด้วยกันก็ได้ ภาษาก็ก้าวหน้าไม่เหมือนกัน ถึงแม้จะน้อยกว่าได้คุยกับฝรั่งก็เถอะ!)
.
อ่านทั้งหมดแล้ว พวกเราอาจคิดว่า…
.
ไอดีมันก็ดีอยู่หรอก แต่พอมามองดูตัวเรา ทำงานบริษัทไทยแท้ๆ ไม่มีโอกาสได้เจอฝร่งฝรั่งอะไรกับเค้าเล้ยย ใกล้เคียงที่สุดก็แม่บ้านพม่าเนี่ย จะไปหาฝรั่งคุยที่ไหนนนน?
.
เอาล่ะๆ ใจเย็นๆๆ…
.
บทความตอนหน้า Mind English จะมาแนะนำวิธีหาเพื่อนฝรั่ง ด้วยวิธีที่ง่ายแสนง่ายที่คุณทำได้แน่นอน เพราะถ้าตอนนี้คุณอ่านถึงข้อความนี้ได้ แปลว่าคุณมีอินเตอร์เนตแน่นอน และเพราะเพียงแค่มีอินเตอร์เนตเนี่ยล่ะ! หาเพื่อนต่างชาติได้โคตรง่ายเลย!!!

7-methods-part-1

7 วิธีสอนลูกให้พูดอังกฤษคล่อง (ตอนที่ 1)

7-methods-part-1

7-methods-part1

อายุแรกเกิด-7 ปี เวลาทองในการฝึกภาษาอังกฤษให้แจ่มว้าววว
.
.
ดร.แพทริเซีย คัห์ล (Dr.Patricia Kuhl) แห่ง มหาวิทยาลัยวอชิงตัน เผยผลจากงานวิจัยว่า “มนุษย์เราสามารถเรียนรู้ภาษาต่างประเทศได้ดีที่สุดในช่วงอายุแรกเกิด-7ปี”
.
โอ้ว! ใครมีลูกเล็ก อายุไม่ถึง 7 ปี นี่เวลาทองเลย! ต้องเริ่มฝึกลูกให้เก่งอังกฤษ พูดอังกฤษคล่องแล้วล่ะ
.
เพราะถ้าปล่อยเวลาทองนี้ผ่านไป อยากให้ลูกคุณเก่งอังกฤษจะได้ต้องได้ความพยายามเคี่ยวเข็ญมากขึ้น…ฉันใดก็ ฉันนั้น ถ้าคุณเริ่มฝึกลูกตั้งแต่เวลาทองนี้ น้องๆจะพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง โดยไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลยย!! ว้าวว
.
.
7 วิธีการฝึกภาษาอังกฤษสำหรับลูกน้อยตามสไตล์ของ MIND ENGLISH!
.
.
1.เตรียมตัวพ่อแม่ก่อนนะ
.
เคยได้ยินไหม? มีคนบอกต่อๆกันว่า อยากให้ลูกพูดอังกฤษได้คล่อง พ่อแม่ต้องพูดอังกฤษกับลูก
.
ดาบสองคมมาก! อันนี้บอกเลย..ถ้าคุณพูดอังกฤษได้ดี ออกเสียงและสำเนียงถูกต้อง อะอันนี้ดีเลย พูดกับลูกได้เต็มที่
.
แต่ถ้าคุณไม่ใช่แบบนั้น! แล้วคุณพูดออกเสียงผิดๆ สำเนียงผิดๆกับลูก เด็กนี่ซึมซับภาษาอย่างไวเลย เค้าก็จะติดการออกเสียงผิดๆไปจากคุณ
.
ดังนั้นๆ เวลาจะสอนคำศัพท์ลูก หรือพูดประโยคใดๆกับลูก ต้องเช็คการออกเสียงให้ชัวร์ก่อน เช็คง่ายได้ที่ https://translate.google.co.th/ พิมพ์คำภาษาอังกฤษลงไปเลย แล้วกดรูปลำโพงกูเกิลจะอ่านให้ฟังเลยจ้า ง่ายดี!
.
.
2. เริ่มจากคำศัพท์
.
สอนศัพท์ให้ลูก เริ่มจากคำง่ายๆ พวกสัตว์ สี ตัวเลข แล้วค่อยๆแอดวานซ์ขึ้น
.
Trick ก้คือ ห้ามแปลศัพท์เด็ดขาด ให้ลูกจำอังกฤษเป็นสิ่งนั้นไปเลย เช่น Cat คือ Cat , Fish คือ Fish ไม่เอาแบบ Cat = แมว, Fish = ปลา อย่าเลยขอร้อง!
.
หลักการคือให้จำศัพท์เป็นภาพ ไม่ใช้จำเป็นคำแปล จำสิ่งๆนั้นไปเลย
.
พวกบัตรคำนี่ก็ช่วยได้มาก ฝรั่งเรียกว่า Flash Card เป็นการ์ดขนาดพอดีมือ มีภาพสิ่งของต่างๆใหญ่เต็มคำสีสันสวยงาม ก็ใช้ได้ทั้งสอนลูกและเล่นเกมกับลูกแบบสนุกๆ หาซื้อได้ตามร้านหนังสือ หรือโหลดมาทำเองจากเน็ตก็มีพรึ่บ
.
หรือสมัยนี้มี App เจ๋งๆที่ให้จำศัพท์เป็นภาพได้หลาย app เสิร์ชคำว่า “Flash Card” หา app ได้เลย หลายๆ App ออกเสียงได้ด้วย แจ่มเลยทีนี้
.
.
3. ฟังเพลงฝรั่ง (ที่เด็กฝรั่งเค้าฟังกัน)
.
เด็กเล็กๆ แบบวัยกำลังหัดคลาน หัดเดิน หัดพูด จะชอบฟังเพลงมากๆ เราก็จัดเลย เปิดเพลงภาษาอังกฤษแบบเด็กๆให้ลูกฟัง ต้องเน้นเป็นเพลงที่เด็กฝรั่งฟังกันด้วยนะ!
.
นอกจากได้เพลิดเพลินแล้ว แถมยังได้ฝึกภาษา เพราะแต่ละเพลงอาจแทรกสอนเรื่องคำศัพท์เกี่ยวกับสัตว์ เช่น เพลงสุดฮิตอย่าง Old mcnonald เด็กๆก็จะจำคำศัพท์เกี่ยวกับสัตว์ได้แบบพ่อแม่ไม่ต้องสอน
.
หรืออย่างเพลงโปรดของลูกผม Five Little Monkeys ก็จะสอดแทรกเรื่องคำศัพท์เกี่ยวกับตัวเลขไปด้วยแบบง่ายๆ
.
หาฟังได้ไม่ยากเลย เสิร์ช Youtube เลยจ้า มีมาให้ฟังเป็นร้อยเป็นพันเพลง มีทั้งแยกเป็นเพลง กับแบบเมดเลย์รวมๆมาฟังยาวๆต่อเนื่องหลายสิบเพลงก็มีเช่นที่ https://www.youtube.com/results?search_query=nursery+rhymes ก็ไปลองจัดกันดูได้
.
.
4. ดูการ์ตูนแบบพากษ์อังกฤษ
.
เด็กกับการ์ตูนเป็นของคู่กัน แยกกันไม่ได้ เวลาจะล่อให้กินข้าวทีอะไรทีก็ต้องเปิดการ์ตูน
.
จริงๆการ์ตูนต้องดูแต่พอประมาณเน้อ(ไม่ควรเกินวันละ 2 ชั่วโมง) เสียสายตา ใช้จินตนาการน้อยและบางคนดูเยอะไปก็ไม่ได้วิ่งเล่นออกกำลังให้สมพัฒนาการ
.
แต่ไหนๆจะดูแล้ว เอาให้ภาษาอังกฤษเก่งด้วยเลยดีกว่า ดีมะ!
.
การ์ตูนส่วนใหญ่ที่เด็กๆดู มาจากต่างประเทศ แน่นอนว่าต้องมีเวอร์ชันภาษาอังกฤษแน่นอน พยายามเลือกดูเฉพาะการ์ตูนฝรั่งนะ ส่วนใหญ่หาได้ช่องเคเบิล (ช่องเก้าการ์ตูนไรงี้ มีแต่การ์ตูนพากษ์ไทยแน่นอน)
.
ไม่ก็เสิร์ช Youtube ได้เช่นกัน วันนี้เอาการ์ตูนเรื่องฮิตสำหรับเด็กๆสมัยนี้อย่าง Ben Ten เวอร์ชันภาษาอังกฤษมาฝาก https://www.youtube.com/channel/UCEj89Wig2W_Heh6sjLwIkkQ ดูได้ที่นี่เลย!

englishaccent

จะฝึกภาษาอังกฤษ…ฝึกสำเนียงอะไรดี

englishaccentenglishaccent

จะฝึกภาษาอังกฤษ…ฝึกสำเนียงอะไรดี!
.
อย่างที่เรารู้ๆกัน ภาษาอังกฤษสำเนียงหลักๆที่เรารู้จักมี 2 สำเนียง คือ สำเนียงอังกฤษ (British Accent) กับสำเนียงอเมริกัน (American Accent)
.
แล้วมือใหม่อย่างเราควรฝึกสำเนียงอะไร ถึงจะเวิคที่สุด?
.
.
ก่อนจะเลือกว่าเอาสำเนียงไหนดี ลองมาทำความรู้จักทั้ง 2 สำเนียงกันก่อน…
.
สำเนียงอเมริกัน เป็นภาษาอังกฤษที่คนอเมริกันเค้าพูดกัน และเป็นสำเนียงที่คนไทยเราคุ้นเคยและคุ้นหูกันมากที่สุด เพราะที่เรียนที่โรงเรียนกันมา ถ้าไม่ใช่โรงเรียนนานาชาติในระบบอังกฤษ ก็ล้วนแต่ใช้สำเนียงอเมริกันทั้งนั้นนน!
.
หนังเหนิง พงเฟลงที่เราดู เราฟังกันมาส่วนใหญ่ก็เป็นสำเนียงอเมริกันทั้งหลายทั้งสิ้น!
.
ทั้งนั้นทั้งนี้ เพราะสำเนียงอเมริกันเป็นสำเนียงที่ง่าย ฟังออกง่าย เข้าใจง่าย แถมพูดตามก็ง่าย ไปๆมาๆกลายๆเหมือนเป็นภาษาอังกฤษ สำเนียงมาตรฐานของโลก
.
ในขณะที่สำเนียงอังกฤษ หรือที่เราเรียกกันว่า British Accent เป็นสำเนียงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสำเนียงที่ฟังยากเว่ออออออ…พูดอะไรเหมือนจะ ติดในลำคอตลอดเวลา
.
แต่ในความฟังยากนั้น จะติดความมีเสน่ห์ ติดความมีระดับ ในหมู่คนไทย ที่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องๆนั้น ถ้าใครพูดติดสำเนียง British มาหน่อย ถือว่าดูดีขึ้นมานิดนึง (มั้ง) เพราะคนอื่นๆส่วนใหญ่เค้าพูดสำเนียงอเมริกันกัน
.
.
ถ้าให้แนะนำสำหรับคนฝึกเองอยู่กับบ้าน แนะนำฝึกสำเนียงอเมริกันไปเลยจ้า เพราะง่ายที่สุดแล้ว ถ้าไปฝึกสำเนียง British หรือสำเนียงอื่นๆจะฟังไม่ค่อยออก พาลจะท้อแท้ไปเปล่าๆ
.
ส่วนถ้าใครมาเรียนที่สถาบัน Mind English สถาบันเราจะฝึกด้วย British Accent จ้า
.
เพราะเรามองว่าพอได้มาฝึกกับครูแล้ว น่าจะฝึกของยากไปเลย เพราะเวลาคุยกับฝรั่งจริง ใครฝึกสำเนียงอเมริกันมา เวลาเจอภาษาสำเนียงอังกฤษ หรือพวกสำเนียงแปลกหู อย่าง สำเนียงออสซี่, สำเนียงสิงคโปร์มาเล, สำเนียงอินเดีย (ติด ร เรือ รัวๆ) หรือกระทั่งสำเนียงญี่ปุ่น ก็จะฟังได้บ้างไม่ได้บ้าง
.
แต่ถ้าฝึกภาษาอังกฤษด้วย สำเนียง British ซึ่งเป็นสำเนียงที่ฟังยากมากๆอยู่แล้ว คราวนี้สำเนียงไหนๆก็ฟังเข้าใจสบายหายห่วงจ้าาา
.
ปล. จะฝึกสำเนียงไหน เอาซักสำเนียงเน้อ เดี๋ยวมึน!
.
.
.
.
ใครอยากฝึกภาษาอังกฤษให้คุยกับฝรั่งได้คล่องๆและได้ทันทีแบบไม่ต้องมีแกรมมาร์ ด้วยวิธีการสอนที่ไม่เหมือนสถาบันไหนๆในประเทศนี้!!
.
ถ้าอยากฝึกด้วยตนเอง โดยใช้ความพยายามมากหน่อย แต่ฟรี ดูวิธีการฝึกในแบบของ Mind English ได้ที่ http://www.mindenglish.net/article/ (เราอธิบายแบบละเอียดมากๆ ไม่มีปิดบัง)
.
เร็วๆนี้จะมี Ebook การฝึกภาษาอังกฤษขั้นเทพ! ด้วยตนเองตามระบบของ Mind English ออกมาให้ดาวน์โหลดกัน รอติดตามนะจ้ะ!
.
แต่ถ้าใครอยากมาฝึกภาษาอังกฤษกับสถาบันฯเราแบบรับรองผล พูดอังกฤษกับฝรั่งได้คล่องแน่นอน
.
สามารถกรอกข้อมูลผู้ที่สนใจได้ตามลิงค์นี้เลยจ้า http://www.mindenglish.net/register/ ถ้าสาขาใกล้บ้านท่านเปิดแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่โทรแจ้งจ้า
.
สถาบันเราจะเปิดภายในปีนี้พร้อมกันหลายสาขาทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยจะเริ่มต้นที่จังหวัดหลักๆของแต่ละภาคก่อน
ซึ่งสำหรับการรับสมัครนักเรียนจะเริ่มรับเมื่อสาขานั้นๆเปิดครับ
.
ตอนนี้มี 5 สาขาแล้ว
1. สาขาพระราม 4 (เปิดให้บริการแล้ว)
2. สาขาเชียงใหม่ (เลื่อนเปิดให้บริการ เป็นภายในเดือนพฤศจิกายน 2557)
3. สาขาเกษตร-นวมินทร์ (เปิดให้บริการภายในเดือนตุลาคม 2557)
4. สาขาทองหล่อ (เปิดให้บริการภายในเดือนพฤศจิกายน 2557)
5. สาขาอนุเสาวรีย์ชัย (เปิดให้บริการภายในเดือนมกราคม 2558)
.
และตอนนี้ เราก็ยังรับสมัครผู้ร่วมธุรกิจในรูปแบบของแฟรนไชส์สำหรับสาขาทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด …สนใจสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมทาง http://www.mindenglish.net/franchise/
.
ช่องทางการติดต่อ
Hotline (สอบถามข้อมูลทั่วไป) : 099-546-5446
โทรสอบถามข้อมูลแฟรนไชส์ : 099-789-9546

howtolistensong

ฟังเพลงอย่างไร…ให้พูดอังกฤษได้

howtolistensonglistening-song

ฟังเพลงอย่างไร…ให้พูดอังกฤษได้!!!
.
อยากเก่งภาษาอังกฤษหรอ?? ลองดูหนังฟังเพลงภาษาอังกฤษเยอะๆสิแล้วจะเก่งขึ้น
.
จริงหรอ? ทำไมย้อนมาดูตัวเอง ดูหนัง Soundtrack ไปก็เยอะ! ฟังเพลงฝรั่งไปก็แยะ! สุดท้ายตัวเองทำไมเจอฝรั่งยังต้องหลบหลังเพื่อน ยังคุยกับฝรั่งไม่คล่องซักที!! เห้อ!!
.
ในเรื่องของการดูหนัง หลายคนยังสงสัยว่าดูหนังฝรั่งมาเป็นร้อยเรื่องแล้วภาษาอังกฤษยังง่อยๆอยู่ ลองคลิ๊กอ่านบทความนี้ >>> “ดูหนังยังไงให้พูดอังกฤษได้” http://www.mindenglish.net/article/watchmovies/)
.
ถ้าอ่านบทความนี้จบ คุณจะได้เรียนรู้วิธีการฟังเพลงยังไงให้พูดภาษาอังกฤษได้คล่อง การฟังเพลงของคุณจะเปลี่ยนไปตลอดกาลลล…..
.
.
วันนี้เราจะมาว่ากันเรื่องการฟังเพลงกันบ้าง หลายๆคนชอบฟังเพลงฝรั่ง เวลาฟังวิทยุก็จะฟังคลื่นที่เปิดเพลงฝรั่งอยู่ตลอด แต่ทำไม๊ทำไมม ภาษาอังกฤษยังไม่ค่อยโออยู่เลย
.
เรื่องจริงของเรื่องจริงคือ ถ้าเราได้ฟังภาษาอังกฤษมากขึ้น ยังไงยังไงเราต้องเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น! ต่อให้เป็นเพลงก็ตาม
.
อ้าว ทำไมชั้นฟังเพลงฝรั่งอยู่ตลอด! ภาษาอังกฤษชั้นไม่เห็นดีขึ้นเลยล่ะะ?
.
เพราะจริงๆแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณแทบไม่ได้”ฟัง”เพลงเลยย คุณเพียงแค่”ได้ยิน”เท่านั้นเอง
.
การ “ฟัง”กับ “ได้ยิน” ต่างกันนะครับ
.
“ได้ยิน” คือเสียงแค่ผ่านเข้าไปในหู
.
แต่การ “ฟัง” เสียงไม่ใช่แค่ผ่านเข้าไปในหูแต่ต้องเข้าไปในสมองด้วย!
.
.
อยากฟังเพลงให้ได้เรื่อง เราต้องพยายามฟังให้มากขึ้น ว่าเนื้อร้องมันคืออะไร พยายามฟังให้ออก อย่าปล่อยให้แค่ได้ยินผ่านหูไปเฉยๆ
.
เพลงไหนที่ชอบ ถ้าพยายามฟังแล้ว บางคำฟังไม่ออกจริงๆ ก็แนะนำให้เสิร์ชกูเกิลหาเนื้อเพลง (lyrics) ของเพลงนั้นๆ
.
ผลลัพธ์สุดท้าย คือคุณต้องฟังออกทุกคำทุกพยางค์ในเนื้อเพลงนั้นๆ ถ้าทำได้ตามนี้ถือว่าแจ่ม! ประสบความสำเร็จในขั้นแรก!
.
แต่ยังไม่พอครับ ขั้นที่ 2 เราต้องพยายามทำความเข้าใจความหมายของเพลงนั้นๆ ซึ่งในเนื้อเพลงจะมีคำศัพท์หรือ idiom ใหม่ๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ต้องเข้าใจความหมายมัน
.
(อ่านบทความ >>> “วิธีท่องศัพท์ ฉบับเทพ! ได้ที่ http://www.mindenglish.net/article/greatvocab1/ คุณจะได้เรียนรู้วิธีท่องศัพท์แบบใหม่ ไม่ใช่ท่องจำแบบเดิมๆ”)
.
ผลลัพธ์สุดท้าย คุณจะต้องเข้าใจความหมายของเนื้อเพลงทั้งหมด ว่ามันสื่อถึงอะไรยังไงบ้าง ถ้าทำได้ตามนี้ถือว่าแจ่มสุดๆ
.
หลังจากฟังออกทุกคำ และเข้าใจความหมายทุกคำแล้ว ขั้นสุดท้ายถือเป็นขั้นสุด Advance คือ…
.
ต้องร้องตามด้วย ฝึกร้องออกเสียงตามให้ถูกต้อง ถ้าร้องตามได้หมด ถือว่าจบบริบูรณ์
.
และทั้งหมดนี้ คือวิธีฟังเพลงที่เวิคสุดๆ!! ต้องผ่านแค่ได้ยินผ่านหู แต่คุณต้องฟังและทำตาม 3 ขั้นตอนนี้
.
1. พยายามฟังให้ฟังออกทุกคำ (ไม่ไหวจริงๆหาเนื้อเพลงฟังประกอบได้)
2. แปลความหมายให้เข้าใจเนื้อเพลงทั้งหมด
3. ฝึกร้องตามให้ได้ทั้งหมด
.
และนี่คือทั้งหมดของเรา ไม่ต้องทำทุกเพลงก็ได้ ทำเฉพาะเพลงโปรด เพลงที่ชอบก็โอเค ส่วนเพลงอื่นๆอย่างน้อยๆเราก็พยายามเปิดหูให้มากขึ้น ว่าเค้าร้องว่าอะไร ฟังออกบ้างไม่ออกบ้างก็ช่างมัน 555+
.
แรกคุณจะต้องใช้ความพยายามมากหน่อย แต่พอคุณเริ่มฟังออกแล้ว ทุกอย่างจะง่ายมากขึ้น แล้วคุณจะยิ่งสนุกไปกับมัน!
.
.
แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าให้เลือกฝึกภาษาอังกฤษโดยการดูหนังกับการฟังเพลง
.
Mind English ของเราเชียร์ฝึกด้วยการดูหนังมากกว่านะ เพราะการฟังเพลง เพลงบางเพลงจะเขียนเนื้อเพลงผิดไวยากรณ์ เพื่อให้ร้องได้ตรงกับจังหวะ
.
รวมทั้งการออกเสียง การวางเสียงสูงเสียงต่ำหรือ Intonation ก็จะไม่ได้เหมือนที่เราใช้พูดจริง แต่เป็นการปรับโทนเสียงให้เข้ากับ Melody ของเพลงมากกว่า
.
ดังนั้น ถ้าจะฝึกจริงจัง การฝึกด้วยการฟังเพลงอาจจะยังไม่ได้ตอบโจทย์มากนัก
.
แต่สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงอยู่แล้ว แทนที่จะฟังเพื่อผ่อนคลายเฉยๆ ก็ลองมาฝึกแบบจริงจังขึ้นอีกนิด
.
นอกจากจะเพลิดเพลินแล้ว ยังแถมอังกฤษดีขึ้นด้วย ชีวิตดีขึ้นอีก จบนะ….เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครัชช
.
ชอบกด Like ถ้าใช่กด Share ทีนะจ้ะ ผู้เขียนจะได้มีกำลังใจเขียนบทความเผยเทคนิคใหม่ๆให้ฟังบ่อยๆ

notranslation

อยากพูดอังกฤษคล่อง ต้องอย่าแปล!

notranslation

no-translation

อยากพูดอังกฤษคล่อง ต้องอย่าแปล!
.
คนไทยส่วนใหญ่พูดอังกฤษตะกุกตะกัก ไม่ลื่นไหล เพราะเวลาคุยกับฝรั่งที ภาษาอังกฤษเข้าหูมาปุ๊บ แปลเป็นภาษาไทยปั๊บ
.
เข้าสมองมาก็ประมวลผลเป็นภาษาไทย แล้วคิดคำตอบเป็นภาษาไทย สุดท้ายจะพูดโต้ตอบก็แปลจากไทยกลับเป็นอังกฤษ แล้วค่อยพูดออกไป!
.
กว่าจะพูดได้ซักประโยคหนึ่งต้องคิด 3-4 สเต็ปกว่าจะหลุดปากเราออกมาได้ เป็นเรื่องโคตรธรรมดาที่จะพูดติดอ่าง งึกๆงักๆเป็นธรรมดา
.
นี่ยังไม่นับใครที่ต้องมานึกแกรมมาร์ นึกโครงสร้างประโยค นึกคำศัพท์อีก
.
ถ้าใครยังต้องมานึกพวกนี้ ชีวิตนี้ไม่มีทางพูดอังกฤษได้คล่อง! พูดเลย!
.
การเรียนภาษาที่ถูกต้อง ต้องพยายามแปลให้น้อยที่สุดหรือไม่แปลเลยได้ยิ่งดี เน้นความเข้าใจความหมายเป็นภาพของมันจริงๆ
.
บางคนถาม “อ่าว แล้วงี้เวลาเจอศัพท์ที่ไม่รู้ หรือเจอศัพท์ยากๆทำไงอ่ะ ถ้าไม่แปลจะเข้าใจได้ไง?”
.
ถ้าถามคำถามนี้ แปลว่ายังไม่รู้วิธีเรียนรู้ศัพท์ขั้นเทพ! ตามระบบของ Mind English ซะแล้ว คลิ๊กอ่านเดี๋ยวนี้เลย >>>
ตอนที่ 1 : http://www.mindenglish.net/article/greatvocab1/
ตอนที่ 2 : http://www.mindenglish.net/article/greatvocab2/
ตอนจบ : http://www.mindenglish.net/article/greatvocab3/
.
.
สิ่งที่เราชอบแนะนำเป็นพิเศษ… ถ้าอยากฝึกภาษาอังกฤษแบบค่าใช้จ่ายต่ำๆ แต่ได้ประสิทธิผลสูง คือการดูหนัง Soundtrack หรือหนังฝรั่งเนี่ยแหละ
.
เพราะเราสามารถเข้าใจประโยคหรือแม้กระทั่งบางศัพท์ได้ โดยการเดาเชื่อมโยงกับเรื่องราว หรือภาพที่เราเห็นโดยไม่ต้องแปลด้วยซ้ำ
.
แต่ต้องดูหนังให้ถูกวิธีด้วย ถ้ามัวแต่จ้องอ่านซับ ไม่ว่าซับไทยหรือซับอังกฤษ ยังไงก็ไม่เวิค เพราะเราจะฝึกฟังพูด ไม่ได้ฝึกอ่าน
.
ถ้าอยากรู้วิธีดูหนังแบบเวิคๆ ตามระบบของ Mind English คลิ๊กอ่านได้เดี๋ยวนี้เลยที่ >>>
ตอนที่ 1:http://www.mindenglish.net/article/watchmovies/
ตอนที่ 2: http://www.mindenglish.net/article/watchmovies2/
ตอนจบ : http://www.mindenglish.net/article/watchmovies3/
.
.
ภาพผลลัพธ์สุดท้ายปลายทางที่เราต้องการจากนักเรียนของสถาบันเรา หรือผู้ที่ฝึกฝนด้วยตนเองตามแนวทางของ Mind English คือ
.
สามารถคุยกับฝรั่งต้องพูดได้อย่างคล่องแคล่ว มั่นใจและเป็นอัตโนมัติ
.
เป็นอัตโนมัติที่ว่าคือ ฟังภาษาอังกฤษแล้วเข้าใจ เก็ททันทีโดยไม่ต้องแปล
.
คิดเป็นภาษาอังกฤษ
.
และพูดตอบเป็นภาษาอังกฤษทันทีทันใด ไม่มีตะกุกตะกัก ไม่มีอ้ำๆอึ้งๆ
.
สรุปง่ายๆ คือ ฟัง-คิด-พูด เป็นภาษาอังกฤษแบบอัตโนมัติ
.
สังเกตว่า ในโพรเซสนี้ ไม่มีภาษาไทยเจือปนเลย นี่คือแนวทางการฝึกพูดภาษาอังกฤษ ที่เวิคที่สุดแล้วว!
.
ถ้าทำได้ตามนี้ รับรองว่าคุณจะพูดภาษาอังกฤษกับฝรั่งได้โคตรคล่อง! โคตรลื่นไหล! เพราะไม่ต้องเสียเวลาแปลเป็นไทยในหัวอีก
.
และถ้าเรียนตามระบบของ Mind English ที่เน้นการเรียนรู้ซึมซับผ่านจิตใต้สำนึก (Mind Based Learning) ที่จะทำให้คุณใช้ศัพท์ ใช้โครงสร้างไวยากรณ์ได้แบบไม่ต้องนึก ทุกอย่างเป็นอัตโนมัติทั้งหมด!
.
คำว่าพูดได้อย่างเป็น “อัตโนมัติ” เนี่ยแหละ เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของระบบ Mind English
.
.
.

สนใจรับทริคฝึกพูดภาษาอังกฤษขั้นเทพ ฟรี! ตามแบบฉบับของมายด์อิงลิชได้ที่ Official Line ของเรา แอดได้ที่ @Mindenglish (ใส่ @ ด้วย) มีกิจกรรมให้ร่วมสนุก ลุ้นเรียนฟรีทุกสัปดาห์!! (ใครอ่านในมือถือ คลิ๊กแอดเฟรนด์ได้ที่นี่เลย http://line.me/ti/p/@bca7662f ) หรือ Add โดยใช้ QR Code ด้านล่างได้เลยจ้าาาา ^^

qr code line@

 

seminar web

 

howtowatchmovies3

ดูหนังยังไง ให้พูดอังกฤษได้ (ตอนจบ)

howtowatchmovies3

watchmovies3

ดูหนังยังไง ให้พูดภาษาอังกฤษได้ตอนที่ 3 (ตอนจบ)
.
ทำไมนะ ดูหนังเท่าไหร่ ภาษาอังกฤษถึงไม่ดีขึ้นซักที
.
.
(อ่านตอนที่ 1 และ 2 ได้ที่ http://www.mindenglish.net/article/)
.
.
ท้าวความบทความที่แล้ว ที่เราบอกสุดยอดเทคนิคไหมฟ้า
.
ในการดูหนังเพื่อฝึกภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น ตามระบบเฉพาะของ Mind English
.
ซึ่งมีทั้งหมด 3 ขั้นตอนด้วยกัน…
.
ขั้นตอนที่ 1 คือดูหนังฝรั่ง ซับไทย เพื่อให้เข้าใจเนื้อเรื่อง พยายามเปิดหูฟังมากกว่าตั้งใจอ่านซับ ดู 1 รอบ
.
ขั้นตอนที่ 2 คือดูหนังฝรั่ง ซับอังกฤษ เบิกหูให้กว้าง จดจ้องปากของตัวละคร อันไหนฟังไม่ทันหยวนๆ เหลือบมองซับ ว่าเค้าพูดว่าอะไร (ขอให้รู้ว่าพูดว่าอะไรพอ แปลว่าอะไรไม่จำเป็น)
.
สำหรับขั้นที่ 2 นี้ ต้องดูซ้ำๆ จนกระทั่งฟังออกทั้งหมดแบบ 100% ไม่มีต้องเหลือบมองซับ (เป็นไปได้ว่า 10 รอบขึ้นไป แล้วแต่ความยากของหนัง 555+)
.
.
.
วันนี้ สถาบันสอนภาษา Mind English จะมาแนะนำขั้นตอนที่ 3 สำหรับ “สุดยอดเทคนิคการดูหนัง” ของเรา นั่นคือ!!!
.
ขั้นตอนที่ 3 คือดูหนังฝรั่ง แบบไร้ซับ ไม่มีซับแมวอะไรทั้งสิ้น  จะดูประมาณ 4 รอบขึ้นไป
.
หลังจากเราฟังออกทุกประโยค ทุกคำพูด ตามที่เราฝึกในขั้นตอนที่ 2 มาแล้ว
.
ขั้นที่ 3 ที่เราดูหนังแบบไร้ซับ รอบแรกๆ (1-2 รอบ) เราจะฟังอย่างเป็นธรรมชาติ และดูหนังเหมือนเราดูหนังไทยปกติเนี่ยแหละ (เราจะรู้สึกสนุกกับมัน ถ้าเราฟังออกฟังทันหมด ว่าใครพูดอะไรยังไงบ้าง)
.
ดูชิลๆแบบพักผ่อน เน้นเชื่อมโยงความหมายกับคำศัพท์
.
บางคำศัพท์หรือบาง idiom ที่เราไม่รู้ก็ซึมซับมัน และพยายามคาดเดาความหมายตามบริบทของหนัง ไม่ต้องเปิดดิก
.
รอบหลังๆ คราวนี้ เราเอาจริงแระ จินตนาการว่าตัวเองเป็นพระเอกหรือนางเอกของเรื่อง  สมมติเป็นพระเอกแล้วกัน
.
พอพระเอกพูดจบหนึ่งท่อนปุ๊บ เรากด Pause และฝึกพูดตามให้พยายามเลียนเสียงให้เป๊ะมากที่สุด ทำแบบนี้ทั้งเรื่อง
.
พอเริ่มคล่อง รอบหลังๆให้ใส่ฟีลลิ่ง ใส่ความรู้สึก ใส่ความหมายให้มันลงไปด้วย
.
ให้นึกว่าตัวเองพระเอกจริงๆ จินตนาการเหมือนเรากำลังอยู่ในเหตุการณ์ในหนังจริงๆ
.
การดูหนังในขั้นตอนที่ 3 นี้จะสิ้นสุดลงเมื่อเราเลียงเสียงได้คล่อง ได้เหมือนตัวละครที่เราเลียนแบบอย่างครบถ้วน!
.
.
ทำได้ตามนี้ แค่หนังเพียงเรื่องเดียว อาจจะใช้เวลาเยอะหน่อยกว่าจะดูจบทุกขั้นตอน สมมติ 3 เดือน รับประกันได้เลยว่าผ่าน 3 เดือนนี่ไปแล้ว คุณจะรู้สึกว่าตัวเองฟัง-พูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่า 10 ปีที่เรียนภาษาอังกฤษมาซะอีก!!
.
ฟังดูเหมือนนาน แต่มันเฉพาะเรื่องแรกๆจ้า เรื่องต่อไปๆจะใช้เวลาลดลงอาจจะจาก 3 เดือน เหลือ1-2 เดือน แล้วค่อยๆลดลงมาในเรื่องต่อไปๆ
.
ผลลัพธ์สุดท้าย คุณจะดูหนังฝรั่งแบบไม่ต้องมีซับแล้วฟังออกและรู้เรื่องทั้งหมด…วันนั้นแหละคือวันที่คุณจะคุยกับฝรั่งได้โคตรคล่อง

.

อีกอย่าง พยายามทำตามขั้นตอนของเราเน้อ อย่าข้ามขั้น บางคนอยากข้ามมาขั้นตอน 3 เลย ดูหนังแบบไร้ซับ สุดท้ายเดี๋ยวได้ซับน้ำตาแทน (เพราะดูไม่เข้าใจห่านไรเลย เง้อ)
.
.
ใครอยากใช้วิธีนี้ อย่าลืมกฏเล็กๆน้อยๆของเรา
.
ข้อ 1 “ห้ามแปล” คือ ห้ามเปิดดิก ห้ามแปลเป็นภาษาไทย : เจอคำไหนไม่รู้พยายามเดาความหมายเอา
.
ข้อ 2 “ชิล” อย่าไปซีเรียส ฟังไม่ทันก็รอฟังรอบใหม่ พูดแรกๆยังเลียนเสียงไม่เหมือน ก็ช่างแม่งครับ รอบหน้าเอาใหม่
.
ข้อ 3 “ต่อเนื่อง” ไม่ใช่วันนี้เริ่มฝึก หายไป 2 สัปดาห์มาฝึกต่อ ไม่เอาครับ ไม่เอา ถ้าจะเอาจริงต้องเอาทุกวันครับ เว้นได้วันหรือสองวันนี่คือสุดๆละ
.
.
แต่จริงๆแล้ว ไม่อยากให้เรียกว่าการฝึก แต่อยากให้เป็นการเปลี่ยนวิธีการดูหนังมากกว่า เพราะหนังที่เราเลือกมาคือหนังที่เรารัก พร้อมจะดูเป็นสิบรอบอยู่แล้ว
.
เปลี่ยนความสนุกเป็นการรุกคืบ เปลี่ยนดูหนังชิลๆ มาทำให้ชีวิตวิ่งปิ๋วมากขึ้น
.
บทความหน้าเราจะมาสรุปลักษณะของหนังที่ควรเลือกมาดูกัน คอยติดตามนะครับ

novocab2

อยากพูดอังกฤษคล่อง ต้องงดท่องศัพท์ (ตอนจบ)

novocab210552463_687847697930617_3421315284372562108_n

อยากพูดอังกฤษให้คล่อง ต้องหยุดท่องศัพท์!! ตอน 2
.
.
(ใครยังไม่อ่านตอนที่ 1 ไปอ่านก่อน Click >>http://www.mindenglish.net/article/stopvocab1/  )
.
จากบทความที่แล้ว วิธีท่องศัพท์แบบดั้งเดิมของระบบการศึกษาไทย ที่มีลิสต์ศัพท์ยาวๆ มีคำแปลภาษาไทยเสร็จสรรพ
.
แบบนั้นไม่เวิคแน่นอนครับ แป๊บๆก็ลืม เวลาพูดจริงนึกศัพท์ก็ไม่ค่อยทันหรอก แต่ถ้าใช้อ่านกับเขียนยังพอโออยู่
.
เราจึงแนะนำให้ทุกท่านที่กำลังฝึกพูดภาษาอังกฤษเพื่อให้พูดได้อย่างกะฝรั่ง (เน้นนะครับ ฝึกเพื่อพูด พูด พูด)
.
ว่าให้ทิ้งลิสต์ศัพท์ที่กำลังท่องลงถังขยะไปซะ ท่องศัพท์กันมาตั้งแต่ป.1 ยันปริญญาตรี วันนี้พูดกับฝรั่งกันคล่องไหม ตอบ!
.
วันนี้ Mind English จะมานำเสนอวิธีการเรียนรู้คำศัพท์ระดับเทพตามระบบของ Mind English ที่จะทำให้คุณจดจำได้แบบไม่มีวันลืม แถมนำไปใช้ในการพูดจริงแบบอัตโนมัติ
.
หมดปัญหาเวลาเจอฝรั่งแล้วนึกคำไม่ออก หายใจเข้าลึกๆแล้วมาลุยกันเลยจ้า
.
.
สำหรับตอนนี้เราจะมาบอกเหตุผลก่อน ว่าทำไมวิธีท่องศัพท์แบบเดิมๆ ถึงไม่เวิค!
.

วิธีการท่องศัพท์แบบดั้งเดิม จะเป็นการ Translating & Memorizing
.
เมื่อเราเจอศัพท์ใหม่ ครูก็จะบอกคำแปลเป็นภาษาไทย (Translating) ไม่เราก็ไปเปิดดิกแล้วเขียนคำแปลเป็นภาษาไทย แล้วก็ท่องๆๆๆ (Memorizing)
.
ผ่านไปซักพักก็ลืม คำไหนวนมาเจอให้ท่องบ่อยๆถึงจะจำได้ คำศัพท์ไหนท่องครั้งเดียวผ่าน สอบเสร็จแล้วไม่เจออีก ไม่เกิน 3 เดือนครับ ลืม!
.
ที่เป็นแบบเพราะวิธี Translating & Memorizing เป็นการเรียนรู้โดยใช้สมองซีกซ้าย ซึ่งเป็นสมองส่วนที่คิดตรรกะ เป็นเหตุเป็นผล ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบ Short Term Memory หรือเป็นความทรงจำระยะสั้น
.
ไม่เหมือนการเรียนรู้โดยใช้สมองซีกขวา ซึ่งเกี่ยวข้องกับจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์รวมถึงการคิดเป็นภาพ ซึ่งอันนี้จะเป็น Long Term Memory หรือความทรงจำระยะยาวนั่นเอ
.
เวลาเราจดจำเพลงๆเพลงหนึ่งได้ที่ผ่านมานานแล้ว เราจะเนื้อเพลงหรือจำทำนองได้ก่อน? แน่นอนครับเราจำทำนองได้มากกว่าแน่นอน อย่าว่าแต่เนื้อเพลงเลย ชื่อเพลงบางทีลืมไปแล้วด้วยซ้ำ
.
เพราะการจดจำทำนองเป็นการจดจำระยะยาวที่ใช้สมองซีกขวาครับ ส่วนเนื้อเพลงเป็น Text ซึ่งเราจะจดจำโดยใช้สมองซีกซ้าย แป๊บเดียวก็ลืม!
.
เนี่ยแหละครับ ทำไมการท่องศัพท์แบบเดิมๆถึงไม่เวิค! เพราะเราไปเน้นใช้สมองซีกที่จำแป๊บเดียวก็ลืมไง
.
บางคนบอกว่าถ้าไม่แปลเป็นไทย ใช้ดิกภาษาอังกฤษแปลเป็นอังกฤษเลยจะโอเคไหม
.
โอเคขึ้นครับ เพราะไม่ต้อง Translating แล้ว เหลือแค่ Memorizing อย่างเดียว
.
แต่วิธีนี้ก็ยังไม่ดีที่สุดอยู่ดี เพราะสุดท้ายก็ยังเป็นการเรียนรู้โดยใช้สมองซีกซ้าย ไม่นานก็ลืมเหมือนกัน
.
และยิ่งสำหรับคนพื้นฐานอังกฤษอ่อนเลย ถ้าจะเรียนรู้ศัพท์โดยการเปิดดิกอังกฤษนี่นรกเลยครับ เผลอๆวันเดียวเลิก!
.
.

สนใจรับทริคฝึกพูดภาษาอังกฤษขั้นเทพ ฟรี! ตามแบบฉบับของมายด์อิงลิชได้ที่ Official Line ของเรา แอดได้ที่ @Mindenglish (ใส่ @ ด้วย) มีกิจกรรมให้ร่วมสนุก ลุ้นเรียนฟรีทุกสัปดาห์!! (ใครอ่านในมือถือ คลิ๊กแอดเฟรนด์ได้ที่นี่เลย http://line.me/ti/p/@bca7662f ) หรือ Add โดยใช้ QR Code ด้านล่างได้เลยจ้าาาา ^^

qr code line@

novocab1

อยากพูดอังกฤษคล่อง ต้องงดท่องศัพท์ (ตอนที่ 1)

novocab1

10460412_687473831301337_1689494859402541846_n

อยากพูดภาษาอังกฤษให้คล่อง ต้องหยุดท่องศัพท์!!!
.
.
.
เอ๊ะทำไมล่ะ ถ้าไม่รู้ศัพท์เลยจะเอาไรมาพูด!
.
.
ใช่ครับ ที่เราบอกให้งดท่องศัพท์ คืองดท่องศัพท์แบบเดิมๆ ที่เราใช้กันมาตลอดเกือบ 20 ปีที่เรียนภาษาอังกฤษในแบบไทยๆ
.
สุดท้ายก็พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ สำเนียงไม่ต้องพูดถึง เจอฝรั่งทีไรเป็นต้องติดอ่า
.
การเรียนรู้ศัพท์เป็นสิ่งที่โคตรสำคัญในการเรียนภาษา แต่การเรียนรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษที่เราเรียนๆกันมา ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง!
.
วิธีที่เราเรียนรู้ศัพท์กันมาคือ มีศัพท์เป็นลิสต์หลายสิบคำเขียนเรียงๆไล่ๆกันมา พร้อมคำแปลภาษาไทยเสร็จสรรพ นั่งท่องๆกันไป
.
สุดท้ายมาถึงปัจจุบัน ศัพท์ที่ท่องๆกันมา ก็จำได้บ้าง จำไม่ได้บ้าง
.
ไอที่จำไม่ได้ก็ถัวๆกันไป แต่ที่แย่มากคือบางคำแม่งจำได้แท้ๆ แต่เวลาคุยกับฝรั่งจริงกลับนึกไม่ออก คุยไปตะกุกตะกักไป หลายๆครั้งคุยเสร็จนั่งรถไฟฟ้ากลับบ้านแล้วค่อยนึกศัพท์ออก เห้อ ชีวิต(กู)
.
ใครเป็นแบบนี้บ้าง ยกมือขึ้น!!
.
ใครเป็นแบบนี้ไม่ต้องเสียใจ เพราะคุณมีอาการเดียวกับผมเมื่อก่อนและเป็นชะตากรรมเดียวกับคนไทยหลายสิบล้านคน!
.
เพราะวิธีที่เราเรียนรู้คำศัพท์ที่เรียนๆกันมา ในระบบการศึกษาไทย มันผิดทั้งหมด! เรียนไปสุดท้ายก็ลืม เรียนไปก็นำมาใช้พูดจริงก็ไม่ได้
.
ลองดูที่ภาษาไทยที่เราใช้กันทุกวันสิครับ เราเคยมานั่งท่องศัพท์เป็นลิสต์ๆทีละ 20-30 คำกันไหม ไม่มีครับ เราเรียนรู้กันแบบธรรมชาติ
.
ถ้าได้รับการฝึกพูดภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง ถ้ารู้จักศัพท์ 10 คำก็นำมาใช่พูดได้คล่องแคล่วทั้ง 10 ครับ
.
ถ้ารู้จักศัพท์ 100 คำก็สามารถนำมาใช้อย่างอัตโนมัติได้ทั้ง 100 คำ
.
แต่ครูอังกฤษบางคน รู้จักศัพท์ 1000 คำแต่กลับพูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง ในสถานการณ์จริงนึกศัพท์ไม่ออก นี่คืออัลลัยย?
.
จบได้แล้วครับ ใครที่ยังนั่งออกศัพท์อยู่ ดื่่มวีต้าแล้วเลิกท่องศัพท์ซะ!
.
ตอนต่อไป เราจะแนะนำวิธีการเรียนรู้ศัพท์แบบ Mind English ผมใช้คำว่า “เรียนรู้”นะครับ ไม่ใช่ “ท่อง” ซึ่งจะใช้คนละวิธี คนละหลักการ จนถึงขั้นสมองคนละซีกกับวิธีเดิมเลยด้วยซ้ำ!
.
สิ่งต้องห้ามสำหรับครูในระบบ Mind English คือห้ามเขียนลิสต์ศัพท์บนกระดานพร้อมคำแปลเสร็จสรรพ แล้วให้นักเรียนจดไปท่อง นี่คือวิธีเรียนรู้ที่ทำให้คุณล้มเหลวในการพูดภาษาอังกฤษ นี่พูดเลย!
.
การเรียนรู้คำศัพท์ตามระบบของ Mind English จะทำให้คุณจำศัพท์ได้นานขึ้น และเหนือไปกว่านั้นคือคุณจะสามารถนำคำศัพท์ทุกคำที่คุณเรียนรู้ มาใช้พูดจริงกับฝรั่งได้อย่างทันทีและอัตโนมัติโดยไม่ต้องเสียเวลามานึกคำ แม้แต่วินาทีเดียว!!
.
สุดท้ายนี้ ใครยังนั่งท่องศัพท์อยู่ ถ้าสอบปลายภาค, สอบ Admission, สอบ TOEIC, TOEFL, IELTS เสร็จแล้ว…
.
ลิสต์ศัพท์ในมือท่าน ลงถังเถอะครับ!!!!

.

.

สนใจรับทริคฝึกพูดภาษาอังกฤษขั้นเทพ ฟรี! ตามแบบฉบับของมายด์อิงลิชได้ที่ Official Line ของเรา แอดได้ที่ @Mindenglish (ใส่ @ ด้วย) มีกิจกรรมให้ร่วมสนุก ลุ้นเรียนฟรีทุกสัปดาห์!! (ใครอ่านในมือถือ คลิ๊กแอดเฟรนด์ได้ที่นี่เลย http://line.me/ti/p/@bca7662f ) หรือ Add โดยใช้ QR Code ด้านล่างได้เลยจ้าาาา ^^

qr code line@