Posts

howtolearnenglish

วิธีเรียนการพูดภาษาอังกฤษให้พูดกับฝรั่งได้คล่อง

howtolearnenglish

speakenglish

เคยไหม…เวลาพูดภาษาอังกฤษกับฝรั่ง จะรู้สึกอาย ประหม่า ขวยเขิน ไม่มั่นใจ
.
ทั้งที่เวลาพูดภาษาไทยก็พูดได้ปกติ แต่พอพูดอังกฤษปุ๊บกลายเป็นติดอ่าง ตะกุกตะกัก ไม่ไหลลื่นและไม่เป็นธรรมชาติ
.
และถ้าให้อ่านภาษาอังกฤษก็พออ่านได้อยู่ แต่ถ้าให้พูดทีไรใจแป้วทุกที
.
ถ้าคุณเป็นทั้งหมดที่กล่าวมา…ยินดีด้วยคุณมีเพื่อนเป็นคนไทยหลายสิบล้านคน!
.
ที่เรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่อนุบาลยันปริญญาตรี รวมเวลาเกือบ 20 ปี สุดท้ายก็ยังพูดภาษาอังกฤษกับฝรั่งไม่ได้!!
.
.
แล้วปัญหาอยู่ที่อะไรล่ะ? ใช่ที่ตัวคุณหรือเปล่า?
.
ไม่ใช่เลย!…ปัญหาอยู่ที่ระบบการสอนภาษาอังกฤษด้วยวิธีเดิมๆตามระบบ ที่ทำให้คุณสอบผ่านได้ แต่ใช้ภาษาอังกฤษจริงๆได้หรือเปล่า ก็ไม่รู้
.
.
ระบบการเรียนภาษาอังกฤษแบบ Mind English เป็นระบบการเรียนภาษาอังกฤษแนวใหม่ ที่แตกต่างจากการเรียนการสอนแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง!
.
เพราะการสอนของ Mind English จะเน้นการเรียนภาษาอังกฤษแบบธรรมชาติ (Naturally approach) เหมือนเด็กเรียนรู้ภาษาใหม่
.
โดยที่คุณไม่ต้องเรียนและท่องกฏแกรมมาร์ใดๆทั้งสิ้น (พอกันทีกับ Subjest+V to be+V ing+…)
.
เราจะเรียนรู้เหมือนเด็กน้อยที่เริ่มเรียนภาษาใหม่ โดยเริ่มจากการฟังซ้ำๆและเริ่มพูดตาม เหมือนกับที่เราเรียนภาษาไทยจนพูดภาษาไทยได้คล่องก่อนเข้าโรงเรียน
.
ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับเด็กอเมริกันใช้ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษจนพูดได้คล่อง
.
ระบบ Mind English จะทำให้คุณพูดภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจมากขึ้น คล่องมากขึ้น และพูดได้ไหลลื่นเป็นอัตโนมัติมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องคิดเป็นภาษาไทย และคิดไวยากรณ์ในหัว!!
.
สื่อการเรียนรู้หลักของเราเป็น หนังสั้น ที่จะทำให้คุณได้ทั้งฟังด้วยหูและมองด้วยตาไปพร้อมๆกัน (เหมือนเด็กทารกฟังคนอื่นๆพูดคุยกัน) และเริ่มที่จะเลียนเสียงให้ออกเสียงได้อย่างถูกต้อง (ทั้ง Pronunciation และ Intonation)
.
เวลาคุณพูดภาษาอังกฤษกับฝรั่ง คุณจะรู้สึกมั่นใจมากขึ้น พูดได้ไหลลื่นมากขึ้น จากเจอฝรั่งแล้วไม่ค่อยกล้าพูด แต่ตอไปพอเจอฝรั่งแทบจะวิ่งเข้าใส่!
.
ด้วยระบบของ Mind English คุณจะพูดภาษาอังกฤษได้อย่างไหลลื่น เป็นธรรมชาติ เป็นอัตโนมัติ และจะพูดได้ถูกหลักไวยากรณ์ โดยที่ไม่ต้องเรียน ไม่ต้องท่องกฏไวยากรณ์มาก่อน…เราพูดภาษาไทยได้คล่อง ก่อนเรียนไวยากรณ์) แถมสำเนียงดีเลิศแบบอังกฤษแท้ๆ (ที่นี่เราเรียนโดยใช้สำเนียง British Accent)
.
Level ในการเรียนของเรามีทั้งสิ้น 6 Level ได้แก่
.
level 1 : Beginner

level 2 : Novice

level 3 : Intermediate

level 4 : Advanced

level 5 : Proficient

level 6 : Ultimate
.
level 1-3 จะสอนโดยครูชาวไทย ที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว สำเนียงดีเยี่ยม
.
ส่วน level 4-6 จะสอนโดยครูชาวต่างชาติ เพื่อเสริมความมั่นใจในการใช้ภาษา
.
ทุกคลาสเราสอนสด 100% (ไม่มีเรียนกับคอมพิวเตอร์) กลุ่มไม่เกิน 12 คน ได้ฝึกพูดอย่างเต็มที่แน่นอน
.
ก่อนจะมาเรียนกับเราต้องมาเทสระดับมาภาษาที่สถาบันก่อนทุกครั้ง เพื่อให้ได้เรียนตรงกับระดับความสามารถของคุณ (เทสฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย)
.
ตอนนี้สาขาของเรามี 5 สาขา ได้แก่
.
1. สาขาพระราม 4 (เปิดให้บริการแล้ว)

2. สาขาเชียงใหม่ (เลื่อนเปิดให้บริการ เป็นภายในเดือนพฤศจิกายน 2557)

3. สาขาเกษตร-นวมินทร์ (เปิดให้บริการภายในเดือนตุลาคม 2557)

4. สาขาทองหล่อ (เปิดให้บริการภายในเดือนพฤศจิกายน 2557)

5. สาขาอนุเสาวรีย์ชัย (เปิดให้บริการภายในเดือนมกราคม 2558)
.
และกำลังจะเปิดอีกหลายๆสาขา ทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัดภายในปี 2558
.
อัตราค่าเรียนของเรา
.
ค่าเรียนของเราเริ่มต้นตั้งแต่หลักพัน-หลักหมื่น ขึ้นกับทักษะหรือเลเวลของนักเรียน ซึ่งทั้งนั้นทังนี้ทุกคนก่อนเรียนต้องมาทดสอบระดับภาษาเบื้องต้นที่สถาบัน เราก่อน (ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้เวลาเพียง 10-15 นาที) การชำระเงินสามารถผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 2-12 งวด ค่าเรียนเริ่มต้นต่ำสุดเพียง 5 พันกว่าบาทต่อเดือน

.
สนใจเรียนดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mindenglish.net/
โทร. Call Center 099-546-5446
.
Promotion!! สมัครเรียนภายในปีนี้ รับฟรีทันที Android Tablet ยี่ห้อ Lenovo ภายในบรรจุไฟล์สื่อวิดิโด ไฟล์เสียงและไฟล์ Document ทั้งหมด สำหรับทบทวนบทเรียนตามระบบของเรา มูลค่า 4,900 บาท ฟรีทันที!

englishaccent

จะฝึกภาษาอังกฤษ…ฝึกสำเนียงอะไรดี

englishaccentenglishaccent

จะฝึกภาษาอังกฤษ…ฝึกสำเนียงอะไรดี!
.
อย่างที่เรารู้ๆกัน ภาษาอังกฤษสำเนียงหลักๆที่เรารู้จักมี 2 สำเนียง คือ สำเนียงอังกฤษ (British Accent) กับสำเนียงอเมริกัน (American Accent)
.
แล้วมือใหม่อย่างเราควรฝึกสำเนียงอะไร ถึงจะเวิคที่สุด?
.
.
ก่อนจะเลือกว่าเอาสำเนียงไหนดี ลองมาทำความรู้จักทั้ง 2 สำเนียงกันก่อน…
.
สำเนียงอเมริกัน เป็นภาษาอังกฤษที่คนอเมริกันเค้าพูดกัน และเป็นสำเนียงที่คนไทยเราคุ้นเคยและคุ้นหูกันมากที่สุด เพราะที่เรียนที่โรงเรียนกันมา ถ้าไม่ใช่โรงเรียนนานาชาติในระบบอังกฤษ ก็ล้วนแต่ใช้สำเนียงอเมริกันทั้งนั้นนน!
.
หนังเหนิง พงเฟลงที่เราดู เราฟังกันมาส่วนใหญ่ก็เป็นสำเนียงอเมริกันทั้งหลายทั้งสิ้น!
.
ทั้งนั้นทั้งนี้ เพราะสำเนียงอเมริกันเป็นสำเนียงที่ง่าย ฟังออกง่าย เข้าใจง่าย แถมพูดตามก็ง่าย ไปๆมาๆกลายๆเหมือนเป็นภาษาอังกฤษ สำเนียงมาตรฐานของโลก
.
ในขณะที่สำเนียงอังกฤษ หรือที่เราเรียกกันว่า British Accent เป็นสำเนียงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสำเนียงที่ฟังยากเว่ออออออ…พูดอะไรเหมือนจะ ติดในลำคอตลอดเวลา
.
แต่ในความฟังยากนั้น จะติดความมีเสน่ห์ ติดความมีระดับ ในหมู่คนไทย ที่พูดภาษาอังกฤษได้คล่องๆนั้น ถ้าใครพูดติดสำเนียง British มาหน่อย ถือว่าดูดีขึ้นมานิดนึง (มั้ง) เพราะคนอื่นๆส่วนใหญ่เค้าพูดสำเนียงอเมริกันกัน
.
.
ถ้าให้แนะนำสำหรับคนฝึกเองอยู่กับบ้าน แนะนำฝึกสำเนียงอเมริกันไปเลยจ้า เพราะง่ายที่สุดแล้ว ถ้าไปฝึกสำเนียง British หรือสำเนียงอื่นๆจะฟังไม่ค่อยออก พาลจะท้อแท้ไปเปล่าๆ
.
ส่วนถ้าใครมาเรียนที่สถาบัน Mind English สถาบันเราจะฝึกด้วย British Accent จ้า
.
เพราะเรามองว่าพอได้มาฝึกกับครูแล้ว น่าจะฝึกของยากไปเลย เพราะเวลาคุยกับฝรั่งจริง ใครฝึกสำเนียงอเมริกันมา เวลาเจอภาษาสำเนียงอังกฤษ หรือพวกสำเนียงแปลกหู อย่าง สำเนียงออสซี่, สำเนียงสิงคโปร์มาเล, สำเนียงอินเดีย (ติด ร เรือ รัวๆ) หรือกระทั่งสำเนียงญี่ปุ่น ก็จะฟังได้บ้างไม่ได้บ้าง
.
แต่ถ้าฝึกภาษาอังกฤษด้วย สำเนียง British ซึ่งเป็นสำเนียงที่ฟังยากมากๆอยู่แล้ว คราวนี้สำเนียงไหนๆก็ฟังเข้าใจสบายหายห่วงจ้าาา
.
ปล. จะฝึกสำเนียงไหน เอาซักสำเนียงเน้อ เดี๋ยวมึน!
.
.
.
.
ใครอยากฝึกภาษาอังกฤษให้คุยกับฝรั่งได้คล่องๆและได้ทันทีแบบไม่ต้องมีแกรมมาร์ ด้วยวิธีการสอนที่ไม่เหมือนสถาบันไหนๆในประเทศนี้!!
.
ถ้าอยากฝึกด้วยตนเอง โดยใช้ความพยายามมากหน่อย แต่ฟรี ดูวิธีการฝึกในแบบของ Mind English ได้ที่ http://www.mindenglish.net/article/ (เราอธิบายแบบละเอียดมากๆ ไม่มีปิดบัง)
.
เร็วๆนี้จะมี Ebook การฝึกภาษาอังกฤษขั้นเทพ! ด้วยตนเองตามระบบของ Mind English ออกมาให้ดาวน์โหลดกัน รอติดตามนะจ้ะ!
.
แต่ถ้าใครอยากมาฝึกภาษาอังกฤษกับสถาบันฯเราแบบรับรองผล พูดอังกฤษกับฝรั่งได้คล่องแน่นอน
.
สามารถกรอกข้อมูลผู้ที่สนใจได้ตามลิงค์นี้เลยจ้า http://www.mindenglish.net/register/ ถ้าสาขาใกล้บ้านท่านเปิดแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่โทรแจ้งจ้า
.
สถาบันเราจะเปิดภายในปีนี้พร้อมกันหลายสาขาทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยจะเริ่มต้นที่จังหวัดหลักๆของแต่ละภาคก่อน
ซึ่งสำหรับการรับสมัครนักเรียนจะเริ่มรับเมื่อสาขานั้นๆเปิดครับ
.
ตอนนี้มี 5 สาขาแล้ว
1. สาขาพระราม 4 (เปิดให้บริการแล้ว)
2. สาขาเชียงใหม่ (เลื่อนเปิดให้บริการ เป็นภายในเดือนพฤศจิกายน 2557)
3. สาขาเกษตร-นวมินทร์ (เปิดให้บริการภายในเดือนตุลาคม 2557)
4. สาขาทองหล่อ (เปิดให้บริการภายในเดือนพฤศจิกายน 2557)
5. สาขาอนุเสาวรีย์ชัย (เปิดให้บริการภายในเดือนมกราคม 2558)
.
และตอนนี้ เราก็ยังรับสมัครผู้ร่วมธุรกิจในรูปแบบของแฟรนไชส์สำหรับสาขาทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด …สนใจสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมทาง http://www.mindenglish.net/franchise/
.
ช่องทางการติดต่อ
Hotline (สอบถามข้อมูลทั่วไป) : 099-546-5446
โทรสอบถามข้อมูลแฟรนไชส์ : 099-789-9546

howtolistensong

ฟังเพลงอย่างไร…ให้พูดอังกฤษได้

howtolistensonglistening-song

ฟังเพลงอย่างไร…ให้พูดอังกฤษได้!!!
.
อยากเก่งภาษาอังกฤษหรอ?? ลองดูหนังฟังเพลงภาษาอังกฤษเยอะๆสิแล้วจะเก่งขึ้น
.
จริงหรอ? ทำไมย้อนมาดูตัวเอง ดูหนัง Soundtrack ไปก็เยอะ! ฟังเพลงฝรั่งไปก็แยะ! สุดท้ายตัวเองทำไมเจอฝรั่งยังต้องหลบหลังเพื่อน ยังคุยกับฝรั่งไม่คล่องซักที!! เห้อ!!
.
ในเรื่องของการดูหนัง หลายคนยังสงสัยว่าดูหนังฝรั่งมาเป็นร้อยเรื่องแล้วภาษาอังกฤษยังง่อยๆอยู่ ลองคลิ๊กอ่านบทความนี้ >>> “ดูหนังยังไงให้พูดอังกฤษได้” http://www.mindenglish.net/article/watchmovies/)
.
ถ้าอ่านบทความนี้จบ คุณจะได้เรียนรู้วิธีการฟังเพลงยังไงให้พูดภาษาอังกฤษได้คล่อง การฟังเพลงของคุณจะเปลี่ยนไปตลอดกาลลล…..
.
.
วันนี้เราจะมาว่ากันเรื่องการฟังเพลงกันบ้าง หลายๆคนชอบฟังเพลงฝรั่ง เวลาฟังวิทยุก็จะฟังคลื่นที่เปิดเพลงฝรั่งอยู่ตลอด แต่ทำไม๊ทำไมม ภาษาอังกฤษยังไม่ค่อยโออยู่เลย
.
เรื่องจริงของเรื่องจริงคือ ถ้าเราได้ฟังภาษาอังกฤษมากขึ้น ยังไงยังไงเราต้องเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น! ต่อให้เป็นเพลงก็ตาม
.
อ้าว ทำไมชั้นฟังเพลงฝรั่งอยู่ตลอด! ภาษาอังกฤษชั้นไม่เห็นดีขึ้นเลยล่ะะ?
.
เพราะจริงๆแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณแทบไม่ได้”ฟัง”เพลงเลยย คุณเพียงแค่”ได้ยิน”เท่านั้นเอง
.
การ “ฟัง”กับ “ได้ยิน” ต่างกันนะครับ
.
“ได้ยิน” คือเสียงแค่ผ่านเข้าไปในหู
.
แต่การ “ฟัง” เสียงไม่ใช่แค่ผ่านเข้าไปในหูแต่ต้องเข้าไปในสมองด้วย!
.
.
อยากฟังเพลงให้ได้เรื่อง เราต้องพยายามฟังให้มากขึ้น ว่าเนื้อร้องมันคืออะไร พยายามฟังให้ออก อย่าปล่อยให้แค่ได้ยินผ่านหูไปเฉยๆ
.
เพลงไหนที่ชอบ ถ้าพยายามฟังแล้ว บางคำฟังไม่ออกจริงๆ ก็แนะนำให้เสิร์ชกูเกิลหาเนื้อเพลง (lyrics) ของเพลงนั้นๆ
.
ผลลัพธ์สุดท้าย คือคุณต้องฟังออกทุกคำทุกพยางค์ในเนื้อเพลงนั้นๆ ถ้าทำได้ตามนี้ถือว่าแจ่ม! ประสบความสำเร็จในขั้นแรก!
.
แต่ยังไม่พอครับ ขั้นที่ 2 เราต้องพยายามทำความเข้าใจความหมายของเพลงนั้นๆ ซึ่งในเนื้อเพลงจะมีคำศัพท์หรือ idiom ใหม่ๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ต้องเข้าใจความหมายมัน
.
(อ่านบทความ >>> “วิธีท่องศัพท์ ฉบับเทพ! ได้ที่ http://www.mindenglish.net/article/greatvocab1/ คุณจะได้เรียนรู้วิธีท่องศัพท์แบบใหม่ ไม่ใช่ท่องจำแบบเดิมๆ”)
.
ผลลัพธ์สุดท้าย คุณจะต้องเข้าใจความหมายของเนื้อเพลงทั้งหมด ว่ามันสื่อถึงอะไรยังไงบ้าง ถ้าทำได้ตามนี้ถือว่าแจ่มสุดๆ
.
หลังจากฟังออกทุกคำ และเข้าใจความหมายทุกคำแล้ว ขั้นสุดท้ายถือเป็นขั้นสุด Advance คือ…
.
ต้องร้องตามด้วย ฝึกร้องออกเสียงตามให้ถูกต้อง ถ้าร้องตามได้หมด ถือว่าจบบริบูรณ์
.
และทั้งหมดนี้ คือวิธีฟังเพลงที่เวิคสุดๆ!! ต้องผ่านแค่ได้ยินผ่านหู แต่คุณต้องฟังและทำตาม 3 ขั้นตอนนี้
.
1. พยายามฟังให้ฟังออกทุกคำ (ไม่ไหวจริงๆหาเนื้อเพลงฟังประกอบได้)
2. แปลความหมายให้เข้าใจเนื้อเพลงทั้งหมด
3. ฝึกร้องตามให้ได้ทั้งหมด
.
และนี่คือทั้งหมดของเรา ไม่ต้องทำทุกเพลงก็ได้ ทำเฉพาะเพลงโปรด เพลงที่ชอบก็โอเค ส่วนเพลงอื่นๆอย่างน้อยๆเราก็พยายามเปิดหูให้มากขึ้น ว่าเค้าร้องว่าอะไร ฟังออกบ้างไม่ออกบ้างก็ช่างมัน 555+
.
แรกคุณจะต้องใช้ความพยายามมากหน่อย แต่พอคุณเริ่มฟังออกแล้ว ทุกอย่างจะง่ายมากขึ้น แล้วคุณจะยิ่งสนุกไปกับมัน!
.
.
แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าให้เลือกฝึกภาษาอังกฤษโดยการดูหนังกับการฟังเพลง
.
Mind English ของเราเชียร์ฝึกด้วยการดูหนังมากกว่านะ เพราะการฟังเพลง เพลงบางเพลงจะเขียนเนื้อเพลงผิดไวยากรณ์ เพื่อให้ร้องได้ตรงกับจังหวะ
.
รวมทั้งการออกเสียง การวางเสียงสูงเสียงต่ำหรือ Intonation ก็จะไม่ได้เหมือนที่เราใช้พูดจริง แต่เป็นการปรับโทนเสียงให้เข้ากับ Melody ของเพลงมากกว่า
.
ดังนั้น ถ้าจะฝึกจริงจัง การฝึกด้วยการฟังเพลงอาจจะยังไม่ได้ตอบโจทย์มากนัก
.
แต่สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงอยู่แล้ว แทนที่จะฟังเพื่อผ่อนคลายเฉยๆ ก็ลองมาฝึกแบบจริงจังขึ้นอีกนิด
.
นอกจากจะเพลิดเพลินแล้ว ยังแถมอังกฤษดีขึ้นด้วย ชีวิตดีขึ้นอีก จบนะ….เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครัชช
.
ชอบกด Like ถ้าใช่กด Share ทีนะจ้ะ ผู้เขียนจะได้มีกำลังใจเขียนบทความเผยเทคนิคใหม่ๆให้ฟังบ่อยๆ