Posts

foreignfriend2

ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยการหาเพื่อนฝรั่งกันเถอะ! (ep.2)

foreignfriend2

languageexchange2

ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยการหาเพื่อนฝรั่งกันเถอะ!
.
ตอนแรกเราบอกเหตุผลกันไปแล้ว ว่าวิธีการเรียนภาษาอังกฤษให้เราใช้ภาษาได้อังกฤษจริงๆ
.
ไม่ใช่ใช้สอบ สอบเสร็จแล้วลืมหมดดดด….TT
.
วิธีที่ดีสุดของการเรียนให้ใช้ภาษาได้จริงๆ คงไม่มีวิธีไหนดีไปกว่า “การได้ใช้ภาษาจริงๆ”
.
นั่นคือ เราต้องหาเพื่อนต่างชาติเพื่อให้เราได้มีโอกาสได้หัดใช้ภาษาเพื่อการสื่อ สารอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ก้มหน้าท่องแกรมมาร์ตามตำราเรียน
.
ฟังดูก็ดีนะ… แล้วไออย่างเราจะไปหาเพื่อนฝรั่งจากไหนล่ะ!? ให้ไปยืนแถวสีลมหรือพัทยาหรอ เอิ่มม..ไม่ดีมั้ง!
.
มาๆใจนิ่งๆ… วันนี้ Mind English จะแนะนำวิธีเจ๋งๆในการเพื่อนฝรั่งเพื่อสำหรับฝึกภาษาโดยเฉพาะมาให้ชาวแฟนเพจมายด์อิงลิชโดยเฉพาะ
.
อันดับแรกเข้าเว็บนี้เลย http://howdoyou.do/
.
เว็บนี้เป็นเว็บใหม่ที่รวบรวมคนอยากฝึกภาษาต่างๆรวมทั้งภาษาอังกฤษ (เช่นเราเป็นต้น) ให้มาแลกเปลี่ยนภาษากัน มีระบบที่ตัวเว็บพัฒนาขึ้นมาเอง
.
ทั้งระบบแชท(คุยเป็นตัวอักษร), ระบบ Audio Call (คุยด้วยเสียง) และเจ๋งสุดๆสำหรับคนมั่นใจๆแล้วอย่างระบบ Video Call (คุยกันแบบเห็นหน้าค่าตา)
.
เรียกได้ว่า ไม่ต้องใช้โปรแกรมอื่นๆเลย เราเข้าไปหาเพื่อนคุยได้เลย แรกๆอาจแชทก่อนก้ได้ พอเริ่มมั่นใจ เริ่มสนิทมากขึ้นค่อย Audio Call และ Video Call ต่อไป
.
เว็บนี้คนเล่นอาจยังไม่เยอะมาก แต่ระบบซัพพอร์ทเจ๋งมากกก
.
ถ้าอยากได้เว็บที่คนเล่นเยอะๆ ก็นี่เลย http://www.mylanguageexchange.com/ แต่เว็บนี้ไม่มีระบบของตัวเอง
เราต้องส่งอีเมลคุยกัน หรือแอด skype เม้าท์กับเพื่อนต่างชาติอีกที
.
เนี่ยแหละ เว็บหาเพื่อนฝรั่ง เว็บแนวนี้ดีหน่อย ตรงที่ทุกคนมาหาเพื่อนฝึกภาษา
.
แต่ถ้าใครอยากแอดวานซ์กว่านี้ อยากมากกว่าหาเพื่อน เลยไปหาคู่เลย อันนี้แอดมินไม่รู้แล้วจ้าา ใครรู้มา share ให้เพื่อนๆฟังหน่อยก็ได้น้า
.
เห็นสาวๆหนุ่มๆแถวนี้อยากควงฝรั่งกันหลายคน 555+

foreignfriend1

ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยการหาเพื่อนฝรั่งกันเถอะ! (ep.1)

foreignfriend1

languageexchange

ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยการหาเพื่อนฝรั่งกันเถอะ! (ตอนที่1)
.
เคยได้ยินคนแนะนำบ่อยๆ “เห้ย อยากพูดภาษาอังกฤษได้ ต้องหาเพื่อนฝรั่ง คุยกับเค้าบ่อยๆดิ” ถามว่าดีไหม? ดีมาก บอกเลย!
.
ไม่มีการฝึกภาษาวิธีไหน ที่ดีไปกว่าการได้ใช้ภาษาจริงๆอีกแล้ววว
.
เคยได้ยินไหม…บางคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ เพราะได้ไปเจอ ได้ไปคลุกคลีกับฝรั่ง สุดท้ายนานๆไป ดันพูดได้เองเฉ๊ย…ไม่ได้ไปลงคอร์สเรียนภาษา ท่องศัพท์ ท่องแกรมมาร์อะไรเล้ยย
.
ใครเคยมีประสบการณ์นี้ วานมาช่วยคอมเมนท์เล่าให้เพื่อนๆฟังที ว่าแค่มีโอกาสได้ฟัง ได้พูดบ่อยๆ ก็สามารถคุยกับฝรั่งได้แล้วว
.
และบางคนไม่ได้พูดได้ธรรมดานะ ยังสามารถใช้ประโยคแปลกๆ (idiom) หรือคำแปลกๆ (Slang) ที่ไม่มีในหนังสือเรียนอีก แต่เป็นคำที่ฝรั่งเค้าใช้กันในชีวิตประจำวันจริงๆ
.
เช่น เราทำอะไรซักอย่าง มีฝรั่งมาพูดกับเราว่า You rock!!
เราคิดในใจ “เอาละมึง แม่งแปลว่าไรวะ แม่งคิดว่าเราชอบเพลงร๊อคหรือเปล่า แต่ไม่่ใช่นะเว่ย เราแม่งชอบเพลงแจ๊ซ อย่ากระนั้นเลย บอกแม่งให้เข้าใจดีกว่า!
.
บทสนทนานี้ เลยเป็นประมาณว่า
.
ฝรั่ง : Hey man, you rock!!
เรา : Oh no no, I jazz
ฝรั่ง : ….!!??
เรา : %^&*()_
.
เนี่ยถ้าเคยไม่ใช่จริงก็ไม่มีทางรู้ว่า You rock ไม่ได้แปลว่า คุณชอบเพลงร๊อค แต่มันคือ idiom ที่หมายความว่า เห้ย นายแม่งเจ๋งว่ะ ถ้าเทียบเป็นภาษาวัยรุ่น ประมาณว่า เห้ย สุดตีน สุดติ่งกระดิ่งแมว อะไรประมาณนี้
.
คือพูดง่ายๆว่าการได้คุยกับฝรั่งบ่อยๆเนี่ย ถือว่าเป็นทางลัดที่สุดของการฝึกภาษาให้พูดได้แล้ววว
.
(จริงๆไม่ต้องคุยกับฝรั่งก็ได้นะ คือคุยภาษาอังกฤษเนี่ยแหละ กับชาติไหนก็ได้ คนไทยด้วยกันก็ได้ ภาษาก็ก้าวหน้าไม่เหมือนกัน ถึงแม้จะน้อยกว่าได้คุยกับฝรั่งก็เถอะ!)
.
อ่านทั้งหมดแล้ว พวกเราอาจคิดว่า…
.
ไอดีมันก็ดีอยู่หรอก แต่พอมามองดูตัวเรา ทำงานบริษัทไทยแท้ๆ ไม่มีโอกาสได้เจอฝร่งฝรั่งอะไรกับเค้าเล้ยย ใกล้เคียงที่สุดก็แม่บ้านพม่าเนี่ย จะไปหาฝรั่งคุยที่ไหนนนน?
.
เอาล่ะๆ ใจเย็นๆๆ…
.
บทความตอนหน้า Mind English จะมาแนะนำวิธีหาเพื่อนฝรั่ง ด้วยวิธีที่ง่ายแสนง่ายที่คุณทำได้แน่นอน เพราะถ้าตอนนี้คุณอ่านถึงข้อความนี้ได้ แปลว่าคุณมีอินเตอร์เนตแน่นอน และเพราะเพียงแค่มีอินเตอร์เนตเนี่ยล่ะ! หาเพื่อนต่างชาติได้โคตรง่ายเลย!!!

whenstartpractice

เริ่มฝึกพูดภาษาอังกฤษ…เมื่อไหร่ดี?

whenstartpracticestartpractice

เริ่มฝึกพูดภาษาอังกฤษ…เมื่อไหร่ดีนะ!
.
.
.
ปีหน้า ปี 2558 จะเริ่มเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือที่เราโคตรคุ้นหูในชื่อ เปิด AEC ซึ่งจะปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจใหม่ๆ หลายอย่าง อาทิ
.
มีตำแหน่งงานมากขึ่้น เพราะต่อไปบริษัทที่รับเราเข้าทำงาน ไม่ได้จำกัดเฉพาะบริษัทในประเทศไทยอีกต่อไป เพราะเราจะทำงานในบริษัทได้ทั้งอาเซียน
.
บริษัทที่เราทำงานอยู่ก็จะมีแนวโน้มขยายตัวเป็นบริษัทข้ามชาติมากขึ้น
.
คนชาติอื่นๆ ก็จะมีโอกาสมาแย่งงานของเรามากขึ้น ต่อไปเวลาเราจะสมัครงานทั้งส่วนของเด็กจบใหม่ และคนมีประสบการณ์สมัครงานในตำแหน่งระดับหัวหน้างานขึ้นไป ก็จะเจอคนนั่งรอสัมภาษณ์ข้างๆ เป็นคนสิงค์โปร์หรือคนเวียดนาม ก็เป็นได้
.
.
ในอดีต…ช่วง 5 ที่ผ่านมา ใบสมัครของทุกบริษัทจะต้องมีช่องในกรอกความสามารถหรือทักษะทางภาษาอังกฤษ
.
แต่ในอนาคตอันใกล้…อีก 5 ปีข้างหน้า ไม่แค่ทุกบริษัทจะมีแค่ช่องกรอกทักษะภาษาอังกฤษ
.
แต่ทั้งใบสมัคร ประกาศรับสมัครงานและสัมภาษณ์จะเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด!! โอ้วคุณพระ!! (ยกสองมือมา ทาบ อก)
.
.
ถ้าใครอ่านถึงตรงนี้ ลองมองย้อนดูตัวเอง แล้วถ้าพบว่าทักษะภาษาอังกฤษของตัวเองยังง่อยอยู่
.
แล้วถ้าพัฒนาตอนนี้ แล้วจะพัฒนาตอนไหน!!!!
.
.
ใครกำลังเรียนอยู่ รีบพัฒนาภาษาอังกฤษโดยด่วน เพราะถ้าวันที่คุณสมัครงานแล้ว เกรดที่คุณจบมาสวยหรูแค่ไหน ยังเทียบไม่ได้กับคนที่ภาษาดี ทักษะทางคอมดี มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ทำงานเป็นทีมได้เลิศ
.
เพราะส่วนใหญ่ เรื่องการทำงาน เด็กจบใหม่เข้าองค์กรมาทุกคนต้องเรียนรู้กันใหม่หมดอยู่แล้ว ซึ่งพัฒนาได้ไม่ยาก แต่เรื่องภาษาอังกฤษเป็นสกิลติดตัวที่ไม่สามารถพัฒนาในเวลาอันสั้น!
.
และเรื่องจริงที่น่าเศร้าก็คือ คนที่ไม่เก่งอังกฤษ เวลาเห็นประกาศสมัครงานในหนังสือพิมพ์ที่เป็นภาษาอังกฤษ ก็ไม่กล้าสมัครแล้ว
.
เรื่องจริงที่น่าเศร้าที่สุดคือ ไอประกาศรับสมัครงานภาษาอังกฤษเนี่ย มักเป็นงานของบริษัทข้ามชาติ ที่รายได้โดยส่วนใหญ่(โดยเฉลี่ย) นับตำแหน่งต่อตำแหน่ง สูงกว่าบริษัทที่ประกาศรับสมัครงานเป็นภาษาไทย!
.
.
ถ้าใครทำงานแล้ว แล้วคิดว่าไม่จบที่บริษัทนี้แน่ๆ ยังไงต้องไปต่อบริษัทอื่นๆ นี่ก็ต้องรีบพัฒนาภาษาอังกฤษเลย ถ้าเพื่อนคู่แข่งประสบการณ์ทำงานพอๆกัน เรียกเงินเดือนพอๆกัน คนหนึ่งเก่งอังกฤษ คนหนึ่งง่อยอังกฤษ
คิดว่าบริษัทนี้จะรับใครดีครับ?
.
.
ถ้าใครไม่ย้ายบริษัท ต้องหวังอยู่ต่อให้ไปไกลที่สุดในสายงานหรือ Career Path ของตัวเอง ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเป็นโคตรทักษะหนึ่งที่คุณต้องมี(และอยู่ในเกณฑ์ดี ด้วย) ถ้าคุณจะก้าวขึ้นไปถึงระดับ Manager และ Director ต่อไป
.
.
และสุดท้ายถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ โอกาสที่เข้ามาจากการเปิดเขตการเสรีที่จะการเคลื่อนย้ายเงินทุนและแรง งานอย่างมหาศาล คุณคงอยากขยายธุรกิจไปประเทศเพื่อนบ้าน แล้วคุณจะให้ลูกน้องช่วยตอบ E-mail กับช่วยเป็นล่ามให้ตลอดไปเลยหรอ?
.
.
สรุปแทบทุกคน ล้วนควรพัฒนาภาษาอังกฤษ!!!
.
เริ่มตอนไหนดี?…ขอตอบว่า ถ้าไม่เริ่มตอนนี้ก็ไม่รู้จะเริ่มเมื่อไหร่แล้วววววววววววววววว
.
เปิด AEC ปีหน้านี้ จะเป็นอุปสรรคที่จะขัดขวางชีวิตคุณ เพราะคุณภาษาไม่พร้อม หรือจะเป็นโอกาสที่จะทำให้คุณก้าวหน้าแบบอันลิมิต คุณเท่านั้นที่เป็นคนเลือก!
.
.
อย่ารอ!!! จนวันที่ภาษาอังกฤษกลายเป็นอุปสรรคในชีวิตคุณ
.
อย่ารอ!!! จนถึงวันที่คุณสัมภาษณ์งานไม่ผ่าน…
อย่ารอ!!!! จนถึงวันที่คุณเลื่อนตำแหน่งไม่ขึ้น…
อย่ารอ!!!! จนถึงวันที่คุณได้เงินเดือนน้อยกว่าเพื่อนๆในรุ่น
อย่ารอ!!!! จนถึงวันที่เสียโอกาสในการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ
.
แล้วค่อยมาเริ่มพัฒนาภาษาอังกฤษ…เพราะถึงวันนั้น แปลว่าคุณเสียโอกาส หรือเสียอะไรบางอย่างไปแล้ว
.
.
แต่ไม่มีใครสายเกินเรียน วันนี้ Mind English สาขาพระราม 4 เปิดบริการวันแรกอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา
.
ตอนนี้ เรามีนักเรียนสมัครแล้วกว่า 30 คน ซึ่งมีช่วงอายุที่หลากหลาย ตั้งแต่ต่ำสุด 20 กว่าจนถึงอายุ 57 ปี
.
ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน มีตั้งแต่ระดับ Officer ระดับ Supervisor ยันถึง Manager ก็มีหลายคน จากบริษัทใหญ่ๆย่านสยามสแควร์และสีลม
.
ข้าราชการก็มีทั้งตำรวจตำแหน่งสูง มีอาจารย์ระดับสูงจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
.
เจ้าของกิจการก็มีมาหลายท่าน ส่วนน้อยก็จะเป็นน้องๆนิสิต นักศึกษาจากทั้งจุฬา ม.กรุงเทพ ม.หอการค้า ที่มาสมัครเรียนกับเรา
.
.
หลายๆคนมาเรียนเพราะเสียโอกาสอะไรไปบางอย่างแล้ว แต่หลายๆคนก็มาเรียนเพื่อรอคว้าโอกาสในอนาคต
.
แต่ทุกๆคนมาเพื่อจุดหมายเดียวกัน
.
อะไรรู้ไหมครับ?
.
พัฒนาภาษาอังกฤษหรอ?
.
ไม่ใช่ครับ ทุกคนเขาอยากพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นต่างหาก
.
วันนี้เราเลยอยากมาชวนครับ อยากชวนพัฒนาคุณภาพชีวิต ทำให้ตัวเองมีมูลค่าสูงขึ้น ลองจินตนาการดูนะครับ ว่าถ้าวันนี้ในปีหน้า เราพูดภาษาอังกฤษกับฝรั่งได้คล่องและสำเนียงดีสุดๆ ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปขนาดไหนนน…
.
.
สรุปแล้ว…เริ่มฝึกพูดภาษาอังกฤษ…เมื่อไหร่ดี
.
.
.
.
.
.
.

วันนี้แหละ!

stopspeak2

อยากพูดอังกฤษได้ อย่า(พึ่ง)ฝึกพูด!!! ตอนที่ 2

stopspeak2

10612534_698515173530536_3258251690037529336_n

อยากพูดอังกฤษได้ อย่า(พึ่ง)ฝึกพูด!!! ตอนที่ 2
.
ถ้ามีใครบอกคุณว่า อยากพูดอังกฤษคล่องๆ ต้องฝึกพูดเยอะๆ
.
ฟังดูเหมือนสมเหตุสมผลดี แต่จริงๆไม่ใช่!!!
.
.
(อ่านตอนที่ 1 ก่อนที่นี่ Click >>> http://www.mindenglish.net/article/stopspeaking/ )
.
จากตอนที่แล้ว เราบอกว่าการฝึกภาษาอังกฤษตามระบบของ Mind English เราเชื่อในหลักการของเหตุและผล เชื่อในหลักของ Input และ Output
.
การที่เราพูดภาษาใดได้ก็ตาม ถือเป็น Output ของภาษานั้นๆ แต่ก่อนจะมี Output ย่อมต้องมี Input ก่อนเสมอ
.
และ Input ของการพูด ก็คือการฟังนั่นเอง!!
.
ถ้าอยากพูดได้มากๆ ไม่ใช่ฝึกพูดมากๆ แต่ต้องฝึกฟังมากๆ (อันนี้ Key เลย จำไว้ให้ดีนะครับ)
.
ดังนั้นการฝึกเพื่อให้เราสามารถพูดกับฝรั่งได้คล่องๆและสำเนียงเริศ เราจะเน้นไปที่การฝึก 70% ของเวลาที่ใช้ในการฝึกทั้งหมด อีก 30% ถึงจะเป็นการฝึกพูด
.
.
ทั้งหมดคือในส่วนของบทความตอนที่แล้ว มาวันนี้ สถาบันสอนภาษา Mind English จะมาอธิบายวิธีการฝึกการฟังแบบละเอียดไม่มีปิดบัง ใครตั้งใจทำตามนี้ แล้วยังพูดอังกฤษไม่ได้ อมขี้มาบ้วนหน้า Admin ได้เลยย (แหวะ)
.
การฝึกภาษาอังกฤษขั้นเทพ! เพื่อให้พูดอังกฤษกับฝรั่งได้ ตามระบบของ Mind English มีดังนี้
.
1. “ฟัง” ไม่ใช่ “ได้ยิน”
.
ถ้าเสียงเข้าหู ถือว่าแค่ได้ยิน การฟังไม่ใช่ใช้แค่หู การฟังที่ดีใช้ทั้งหู+ใจ+สมอง คือฟังด้วยความตั้งใจและสมองต้องคิดประมวลผลตาม ไม่ใช่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา
.
2. เลือก1 สำเนียงเท่านั้น
.
หลักๆคือเลือกสำเนียงเดียวเลย ใครชอบอเมริกันก็อเมริกันไปตลอด ใครชอบสำเนียงอังกฤษก็อังกฤษไปเลย อย่ามั่วนะแจ๊ะ
.
3. ฟังของง่ายไปยาก :
.
เลือกฟังตามลำดับ จากง่ายไปยาก สิ่งที่ง่ายคือเราฟังเข้าใจในครั้งแรกมากกว่า 50% อย่าไปเริ่มฟังจากสิ่งที่ยากเลย เพราะสุดท้ายเราจะท้อแล้วก็เลิกถอดใจได้ง่ายๆ
.
เหมือนตอนเด็กๆอะ เราก็เริ่มฟังและพูดจากคำง่ายๆ ได้ก่อน เช่น แม่ พ่อ หม่ำ ประมาณนี้ ไม่มีเด็กคนไหนฟังคำยากๆรู้เรื่อง
.
นอกจากนี้สิ่งที่เราเลือกฟัง ก็ต้องเลือกฟังจากคลิปสั้นๆ ไปคลิปยาว รวมถึงเริ่มจากคลิปที่พูดช้า จนไปถึงคลิปที่พูดเร็ว และคลิปที่ใช้ศัพท์ง่ายๆพื้นฐาน จนไปถึงคลิปที่ใช้ศัพท์ยากหรือศัพท์ที่อลังการมากขึ้น
.
ข้อนี้สำคัญมาก การเรียนรู้ทุกอย่างบนโลกนี้ ถ้าต้องการให้ผลดี ต้องเรียงลำดับการง่ายไปยากเสมอ การสร้างบ้านยังต้องตอกเสาเข็มเป็นฐาน การฝึกภาษาก็ต้องเริ่มจากรากฐานเช่นเดียวกัน
.
4. ฟังแบบหวังผลเลิศ Perfect Listening!
.
ความผิดพลาดของระบบการศึกษาไทยในการเรียนภาษาอังกฤษอันหนึ่งคือ เปลี่ยนบทเร็วเกินไป วันนี้เรียนบทนี้ แป๊บๆพรุ่งนี้เปลี่ยนบทแล้ว บทเดิมยังไม่ทันรู้เรื่องเลย
.
สำหรับข้อนี้ “ฟังแบบหวังผลเลิศ” คือฟังจนฟังออกทุกคำ ทุกพยางค์ 100% ย้ำ! 100% เท่านั้น ไม่มีพอฟังได้ พอฟังเข้าใจแล้วเปลี่ยน NO! ห้ามเด็ดขาด!
.
เราเริ่มฝึกฟังสิ่งไหน ต้องฟังกี่รอบก็ตาม ใช้เวลากี่วันก็ตาม บางทีอาจเป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือน ต้องฟัง ฟัง ฟัง และฟังจนฟังออกทั้งหมดและเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดเท่านั้น ถ้าทำได้ตามนี้แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นฟังอันอื่น
.
5. ฟังต่อเนื่อง :
.
ต่อจากข้อ 4 เราต้องฟังแบบหวังผลเลิศ ซึ่งแปลว่าต้องฟังหลายๆรอบ ซึ่งเราต้องฟังอย่างต่อเนื่อง ทุกวันๆ วันหนึ่งฟังอย่างตั้งใจ 30 นาทีเป็นขั้นต่ำที่ต้องได้ ใครอยากเก่งเร็วๆ ฟังทุกวันวันละ 1-2 ชั่วโมงได้นี่ จะเห็นผลรวดเร็วมาก
.
.
และทั้งหมดนี่คือ 5 ข้อวิธีฝึกฟังเพื่อพูดภาษาอังกฤษ แบบฉบับของ Mind English ถามว่าซีเรียสไหม บอกเลยว่าไม่!
.
จริงๆแค่พยายามหาฟังภาษาอังกฤษให้มากขึ้น เวลาดูข่าวก็ลองเปลี่ยนมาดู CNN บ้าง หรือเวลาดูหนัง Soundtrack ก็พยายามเปิดหูฟังมากขึ้น ไม่ใช่ใช้สมองทั้งหมดไปกับการอ่านซับ แค่นี้ภาษาอังกฤษของคุณก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ
.
แต่ถ้าคุณปฏิบัติตาม 5 ข้อนี้ของเราแบบจริงจังและตั้งใจ ไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า คุณจะพูดภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น และวันนี้ในปีหน้าคุณจะกลายเป็นคนที่พูดอังกฤษกับฝรั่งได้คล่อง จนคุณจะไม่ลืมตัวคุณเองในวันนี้ไปเลย!!!

.

.

ถ้าคุณไม่รู้จะฟังอะไร Mind English เราขยายเวลาแจก Mp3 ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเอง สนใจลงทะเบียนฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่นี่เลย คลิ๊ก!เพื่อลงทะเบียนรับmp3ฟรี

stopspeak1

อยากพูดอังกฤษได้ อย่า(พึ่ง)ฝึกพูด!!

stopspeak1stopspeaking

อยากพูดอังกฤษได้ อย่า(พึ่ง)ฝึกพูด!!!
.
ใครๆก็เข้าใจว่า ถ้าอยากพูดภาษาอังกฤษเก่งๆ ก็ต้องฝึกพูดบ่อยๆ หาโอกาสในการพูดกับฝรั่งให้มาก แล้วจะพูดภาษาอังกฤษได้เอง
.
ฟังดูเหมือนจะใช่ แต่จริงๆไม่ใช่!!!
.
.
สำหรับการเรียนรู้ในระบบ Mind English เราเชื่อในหลักการของเหตุและผล ทุกผลลัพธ์ล้วนมีสาเหตุ มีที่มาที่ไป
.
การพูดถือเป็น Output ซึ่งต้องมี Input ก่อน คือการฟัง
.
เหมือนเด็กทารกที่ฟังภาษามากๆ Input มากๆ แล้วจึงค่อยเริ่มเลียนเสียงพูดออกมาได้
.
ในทางกลับกัน ใครที่หูหนวก ก็จะเป็นใบ้ไปโดยปริยาย ทั้งๆที่กล่องเสียงไม่ได้มีปัญหาอะไร
.
เพราะในเมื่อไม่มี Input ย่อมไม่มีทางเกิด Output ได้ ไม่มีการกระทำก็ย่อมไร้ซึ่งผลลัพธ์อย่างแน่นอน
.
.
ดังนั้นการฝึกภาษาอังกฤษตามระบบของ Mind English เพื่อให้เราพูดกับฝรั่งได้ จะไม่ได้เน้นให้เรา Speaking Speaking และ Speaking
.
แต่จะให้เราเน้นไปที่ Listening, Listening และ Listening
.
ใครยังพูดภาษาอังกฤษกับฝรั่งยังไม่ได้ ต้องฝึกฟัง ฟังและฟังมากกว่า 70% ของเวลาที่ใช้ฝึกทั้งหมด พอฟังได้ทั้งหมดแล้ว อีก 30% ถึงจะฝึกพูด
.
สาเหตุที่คนไปเรียนต่างประเทศแล้วกลับมาพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง ไม่ใช่เพราะมีโอกาสได้พูดมาก (บางคน ไม่ได้ช่างพูด) แต่เพราะมีโอกาสได้ฟังมากต่างหาก!
.
เหตุผลเดียวกันกับหลายๆคนที่มีโอกาสได้ไปเรียน Summer หรือ Work&Travel ที่ต่างประเทศ แต่กลับอยู่หอกับคนไทย เจอแต่กับคนไทย สุดท้ายกลับมาก็ยังพูดอังกฤษไม่คล่องเท่าไหร่
.
และก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่คนไทยเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนมา 20 ปีแล้วสุดท้ายก็พูดภาษาไม่ได้ เพราะมัวแต่เอาเวลาไปเรียน Grammar ไปท่องศัพท์ ไม่ได้มีโอกาสฟังภาษาอังกฤษเท่าไหร่เลย เมื่อไม่มี Input ย่อมไม่เกิด Output เป็นธรรมดา
.
.
สรุปอีกครั้ง อยากพูดภาษาอังกฤษกับฝรั่งได้คล่อง ต้องฝึกให้มากๆ ฟังเกิน 70%ของเวลาในการฝึกทั้งหมด ที่เหลืออีก 30% ค่อยฝึกพูด
.
ใส่ Input ให้มากๆ แล้ว Output จะตามมาเอง รับประกัน! ใครฟังภาษาอังกฤษทุกวันอย่างตั้งใจวันละ 50 นาทีขึ้นไป ผ่านไป 50 วัน การพูดภาษาอังกฤษของคุณจะดีขึ้นแบบตัวคุณเองยังตกใจ
.
บทความหน้าเราจะมาแนะนำลงรายละเอียดมากขึ้น คอยติดตามนะครับ!

howtowatchmovies2

ดูหนังยังไง ให้พูดอังกฤษได้ (ตอนที่ 2)

howtowatchmovies2

ดูหนังยังไง ให้พูดภาษาอังกฤษได้ ตอนที่ 2

ดูหนังยังไง ให้พูดภาษาอังกฤษได้ ตอนที่ 2

หนังยังไง ให้พูดภาษาอังกฤษได้ (ตอนที่ 2)
.
ใครต่อใครชอบบอกว่าดูหนังฝรั่งแล้วจะเก่งภาษาอังกฤษขึ้
.
แต่ทำไมเราดูหนังฝรั่งมาทั้งชีวิต ภาษาอังกฤษยังง่อยขนาดนี้!!!
.
.
จากตอนที่แล้ว (ใครยังไม่อ่านตอนที่ 1 ไปอ่านก่อน ไม่งั้นไม่รู้เรื่อง Click >>>http://www.mindenglish.net/article/watchmovies/)
.
เราพูดถึงสิ่งที่เราบอกต่อๆกันมาว่า เห้ย ถ้าอยากเก่งภาษาอังกฤษ ลองฝึกจากหนังสิ ดูหนังฝรั่งบ่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งขึ้นเอง!
.
สุดท้ายดูหนังจนตาเปียก ดูซีรี่ย์จนตาแฉะ สุดท้ายก็ยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แถมยังเพิ่มโรคต้อกระจกมาซะอีก บร้ะ!
.
ที่เป็นแบบนี้ เพราะเราดูหนังกันด้วยวิธีผิดๆยังไงล่ะ (อยากรู้ว่าผิดอย่างไรแนะนำให้ไปอ่านตอนที่แล้ว)
.
.
วันนี้ สถาบันสอนภาษา Mind English จะมาแนะนำสุดยอดวิธีฝึกภาษาอังกฤษอันแสนทรงพลัง ถ้าใครทำตามนี้ได้ ภาษาอังกฤษของคุณจะดีขึ้นจนตัวคุณเองจะตกใจ!!
.
การดูหนังเพื่อให้พูดภาษาอังกฤษได้ของเราจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน
.
แบบแรก คือ แบบเบาๆ คือดูหนังปกติเนี่ยแหละ ดูเพื่อความเพลิดเพลินเป็นหลัก แต่ขอฝึกภาษาอังกฤษเป็นน้ำจิ้มด้วย
.
ถ้าจะดูหนังแบบนี้ เวลาเราดูหนังฝรั่ง Soundtrack ซับไทย (อย่าดูพากษ์ไทยนะลูก พี่ขอ) ให้เราลดความตั้งใจอ่านซับให้ลดลง เปิดหูเพื่อการฟังให้มากขึ้
.
ตาของเรา แทนที่จะโฟกัสไปที่บรรทัดด้านล่างที่ซับขึ้น ให้โฟกัสที่ปากของตัวละคร และพยายามฟังให้มากขึ้น อันไหนไม่ไหวจริงๆ ไม่รู้เรื่องจริงค่อยเหลือบตาไปมองซับ
.
สุดท้ายดูหนังอาจจะไม่เข้าใจ ก็ซื้อตั๋วไปดูในโรงอีกรอบ เพราะเราสวยและรวยมาก จบนะ!
.
สำหรับการฝึกแบบนี้ จริงๆคือชิล อย่าไปเรียกว่าฝึก เพราะจริงๆแค่ปรับเปลี่ยนวิธีดูหนัง ซึ่งจะทำให้เราฟัง-พูดกับฝรั่งได้เก่งขึ้น 10-20 %
.
.
แบบที่ 2 คือ สุดยอดเทคนิคการดูหนัง!!! ที่เป็นดูหนังเพื่อการฝึกภาษาอังกฤษอย่างแท้จริง ถ้าทำตามนี้ได้ คุณจะคุยกับฝรั่งได้ดีขึ้น 2 เท่าหรือ 200% เป็นอย่างต่ำ ฟันธง!!!!
.
อันดับแรก เลือกหนังมาหนึ่งเรื่อง หรือซีรี่ย์มาหนึ่งตอน (แนะนำเอาเรื่องที่ชอบมากๆ รวมถึงเอาหนังของอเมริกาเท่านั้น พวกฮอลลีวู๊ดไรงี้ได้หมด จะได้ฝึกสำเนียงอเมริกัน ซึ่งเป็นสำเนียงมาตรฐานไปเลย)
.
และควรลงทุนซื้อเป็น DVD เลย ไม่ควรดูผ่านเนต เพราะ DVD สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นซับไทย ซับ Eng หรือ No Sub ไปเลยก็ได้
.
สุดยอดเทคนิคการดูหนังของเราจะมีทั้งหมด 3 ขั้นตอนด้วยกัน
.
ขั้นที่ 1 : ดูแบบปกติเนี่ยแหละ ดู 1 รอบ ดูเป็น Soundtrack มีซับภาษาไทย ดูเพื่อให้เข้าใจเนื้อเรื่อง แต่ระหว่างดูนอกจากเปิดตาเพื่ออ่านซับแล้ว แนะนำให้เปิดหูให้มากขึ้น ลองพยายามฟังแล้วจับใจความว่าตัวละครพูดอะไร แต่อย่าไปซีเรียสมาก ฟังไม่รู้เรื่องก็ช่างมัน เน้นเข้าใจเนือเรื่อง
.
แต่เรื่องที่เราชอบจริงๆ เราอาจข้ามขั้นตอนนี้ไปก็ได้ ถ้าเรารู้เนื้อหามันทั้งหมดแล้ว
.
ขั้นที่ 2 : หลังจากที่เราเข้าใจเรื่องราวแล้ว ดูขั้นที่ 2 จะเป็นการดูหนังโดยดูแบบ Sub English

ครั้งนี้เราจะเน้นการฟัง ฟังแล้วก็ฟัง ดวงตาจับจ้องที่ปากของตัวละคร แล้วเปิดหูให้กว้างที่สุดใน 3 โลกกก อย่าไปจดจ้องที่ซับ เพราะเราจะฝึกฟัง ไม่ได้ฝึกอ่าน!
.
พยายามฟังให้รู้ว่ามันพูดว่าอะไร ถ้าฟังไม่ออกจริงๆ ค่อยเหลือบตาดูซับ Eng ด้านล่าง
.
แต่ถ้าดูไม่ทันก็ช่างมัน อย่าไปซีเรียส ชิลๆ เพลิดเพลินไปกับมัน
.
พอดูจบก็ดูซ้ำ แบบ Sub Eng เนี่ยแหละ เหมือนเดิมเลย ตาจับจ้องที่ปาก หูผึ่งตั้งใจฟัง ตรงไหนที่รอบที่แล้วฟังไม่ทัน ไม่รู้ว่าพูดอะไรก็ผึ่งหูมากขึ้นหน่อย ถ้าไม่ไหวจริงๆ แม่งพูดเร็วมาก ก็เหลือบมาดูซับได้ ไม่ได้ว่าอะไร
.
ถ้าถามว่าต้องดูซ้ำกี่รอบ
.
555+ ไม่อยากบอกเลย ว่าบางทีอาจจะต้อง 5-10 รอบขึ้นไปอ่า ไหวป้ะ
.
หัวใจของขั้นตอนนี้คือ “คุณต้องดูซ้ำแล้วซ้ำอีก จนกว่าคุณจะฟังรู้เรื่องทั้งหมด แบบ 100%”
.
คุณต้องฟังออกทั้งหมด แม้ไม่รู้ความหมายมันก็ตาม
.
และสิ่งต้องห้ามก็คือ ห้ามเปิดดิก ห้ามแปล (ถ้าใครติดตามเพจมาซักพัก น่าจะจำได้ว่าการเรียนรู้ภาษาตามระบบ Mind English จะไม่ชอบการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย)
.
ศัพท์คำไหนคุณไม่รู้คำแปล ไม่ต้องแปล ปล่อยมัน ช่างแม่ง…
.
แต่เชื่อไหม ถ้าคุณฟังบ่อยมากพอจนฟังออกทั้งหมด ศัพท์ยากๆที่คุณไม่รู้คำแปล แต่คุณจะรู้ความหมายของมัน
.
อ้าว ทำไมล่ะ? เพราะจริงๆคุณเข้าใจเนื้อเรื่องแล้วไง คุณจะพอเดาได้แบบอัตโนมัติว่าคำนี้ มันน่าจะหมายถึงอะไรประมาณไหน
.
แต่ถ้าคุณอยากเรียนรู้คำศัพท์ เพิ่มศัพท์เข้าคลังสมองจริงๆ คุณต้องใช้วิธีการเรียนรู้ศัพท์ตามระบบ Mind English ของเรา
.
(อ่านย้อนหลังได้ในบทความชุด “วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ!)

.
แล้วทั้งหมดนี้ คือขั้นตอนที่ 2 คุณต้องฟัง ฟัง แล้วก็ฟัง ดูหนังเรื่องเดิมๆ กี่รอบก็ตามจนคุณฟังมันรู้เรื่องทั้งหมด!
.
นี่แหละที่เราถึงบอกให้คุณเลือกหนังที่คุณรักที่สุด เพราะถ้าคุณไม่รักมันจริงๆ คุณดูแป๊บๆ ก็เบื่อแล้ว
.
และมีกฏ 2 ข้อที่คุณต้องยึดมั่น ข้อแรกบอกไปแล้วคือ ไม่ต้องแปล
.
ข้อที่สอง คำเดียวสั้นๆ คือ “ชิล”..ใช่ครับ ชิลๆ ครับ ฟังไม่ออกอย่าไปหัวเสีย ช่างแม่งครับ ฟังไม่ออกรอบหน้าตั้งใจฟังใหม่ ดูเอาสนุก เอามันส์กับหนังที่ตัวเองรั
.
และขั้นตอนที่ 3 ขั้นตอนสุดท้ายสำหรับ สุดยอดเทคนิคการดูหนัง ตามแบบฉบับของ Mind English ติดตามต่อได้ในบทความตอนหน้าครับ

howtowatchmovies1

ดูหนังยังไง ให้พูดอังกฤษได้ (ตอนที่ 1)

howtowatchmovies1

ดูหนังยังไง ให้พูดภาษาอังกฤษได้ ตอนที่ 1

ดูหนังยังไง ให้พูดภาษาอังกฤษได้ ตอนที่ 1

เคยได้ยินไหม?…มีคนมักบอกว่าอยากพูดอังกฤษเก่งๆ ให้ดูหนังฝรั่งบ่อยๆ คิดถึงตัวเอง..ไอเราก็ดูหนังฝรั่ง Soundtrack มาตลอดนี่หว่า ทำไมตอนนี้ยังง่อยๆอยู่ (วะ)
.
.
ดูหนังฝรั่งบ่อยๆ ทำให้เก่งภาษาอังกฤษ จริงไหม?
.
จริงครับ ถ้าถูกวิธี (และการเรียนภาษาอังกฤษตามระบบ Mind English สนับสนุนให้ดูหนังฝรั่งด้วย)
.
คนส่วนใหญ่ดูหนังฝรั่งแบบผิดวิธี ดูมาทั้งชีวิตไม่เห็นจะเก่งขึ้นเลย ทำไมเนี่ยย
.
ก็เพราะสิ่งที่คนส่วนใหญ่ดู คือดูหนังฝรั่งจริง แต่ดูแบบซับไทยไงครับ
.
ถามจริง เอาแบบเนื้อแท้เลย… ว่าเราตั้งใจฟังหรือตั้งใจอ่านซับมากกว่ากัน
.
สุดท้ายการดูหนังแบบนี้ ถ้าเพื่อความบันเทิงไม่มีปัญหาอะไรนะ แต่ถ้าอยากฝึกภาษาอังกฤษด้วย วิธีนี้ถือว่าด๋อยมาก ไม่เวิคเลย
.
เพราะสุดท้าย เอาเข้าจริง กลายเป็นว่าเราได้ฟังเค้าพูดแบบตั้งใจจริงๆน้อยมากก จนบางครั้งอาจจะไม่ได้ฟังเลย แค่ได้ยินผ่านหูไป (ฟังกับได้ยินคนละอย่างนะครับ)
.
เพราะใจเราไปโฟกัสกับการอ่านซับแล้ว ทำให้ไม่ได้สนใจสิ่งอื่นๆ
.
.
อ่าว ถ้ายังงี้ ถ้าให้ดีต่อไปต้องดูหนังที่เป็นซับ Eng ใช่ไหม จะได้ฝึกภาษาอังกฤษมากขึ้น
.
คำตอบคือ ดีขึ้นมาหน่อยครับ แต่ก็ง่อยเหมือนกัน อั้ยย่ะ!
.
จำไว้เลย หัวใจของการฝึกภาษาอังกฤษด้วยการดูหนังคือ “ฝึกฟัง ฝึกดูโดยประกอบกับเรื่องราวตามเนื้อเรื่อง”
.
ถ้าเราฝึกฟังและดูมากพอ เราจะสามารถเข้าใจความหมาย words, phrases หรือ sentences ต่างๆ แบบเป็นภาพ เป็นอัตโนมัติ โดยที่ไม่ต้องแปลว่าความหมายเป็นภาษาไทยด้วยซ้ำ
.
ซึ่งสอดคล้องกับการเรียนรู้ศัพท์ตามระบบของ Mind English พอดิบพอดี (ลองอ่านบทความชุด “วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ!”) ว้าวววว!
.
แต่การดูหนังแบบSub Eng ก็ไม่ตอบโจทย์ เพราะสุดท้ายภาพที่เกิดขึ้นจริงคือ เราก็มัวแต่จดจ้องอยู่กับซับ พยายามอ่านและแปลให้ทัน เพื่อให้เข้าใจเนื้อเรื่อง
.
สุดท้าย แทนที่จะได้ฝึกฟัง กลายเป็นฝึกอ่านไปซะยังงั้น! ถ้าถามว่าโอเคไหม ก็ยังดีที่ได้ฝึกภาษาอังกฤษเพิ่ม ทำให้อ่านเก่งและไวขึ้น
.
แต่ในแง่การฟัง-พูดก็ไม่ยังตอบโจทย์อยู่ดี สุดท้ายดูหนังจนตาเป็นต้อยังไง สุดท้ายก็สามารถพูดอังกฤษได้อยู่ดี
.
อ่าว แล้วงี้ให้ดูหนังไงดีอ้ะ ซับไทยก็ไม่ได้ ซับอังกฤษก็ไม่เวิค ดูแบบไม่มีซับแม่งเลยดีไหม จะได้จบๆ
.
ไม่ดีครับ พูดเลย! เพราะสุดท้ายพอเริ่มดูไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็ไม่อยากดูและ
.
เอ้าาา!! แล้วอย่างงี้ต้องดูหนังยังไงเนี่ยย เริ่มงงละ ฮ่าๆ
.
อยากรู้ว่าดูหนังยังไง ให้พูดภาษาอังฤษคล่อง ต้องติดตามตอนหน้า
.
บอกเลยว่าสำคัญมาก! เพราะบทความตอนต่อไป เราจะเปลี่ยนวิธีดูหนังของคุณไปตลอดกาลลลล 555+ อย่างเว่อร์