Posts

howtovocab3

วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ! (ตอนจบ)

howtovocab3

วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ ตอนที่ 3

วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ ตอนที่ 3

วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ!! ตอนจบ
.
.
หยุดท่องศัพท์วิธีเดิมๆ มาเริ่มวิธีใหม่ที่ไฉไลที่สุด!
.
(ไปอ่านตอนที่ 2 ก่อน Click >>> http://www.mindenglish.net/article/greatvocab2/)
.
จากบทความตอนที่ 1 และ 2 ในซีรี่ย์ “วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ!” เราแนะนำให้หยุดท่องศัพท์แบบเดิมๆ โดยวิธี Translating & Memorizing หมดเวลาแล้ว! สำหรับการจดคำศัพท์ลงสมุดแล้วใส่คำแปลแล้วก็ท่องๆๆๆ
.
และเราได้นำเสนอวิธีท่องศัพท์แบบใหม่ตามแบบฉบับของ Mind English ที่เน้นการเรียนรู้ศัพท์แบบ Visualizing & Feeling ทีเน้นการจำศัพท์เป็นภาพ เป็นความเข้าใจ เป็นความรู้สึก ไม่เน้นการแปลศัพท์แล้วจำเป็นภาษาไทย
.
รวมถึงตอนที่แล้ว เราแนะนำ app ฟรีสุดเทพ! ที่ทำให้เราเรียนรู้วิธีการออกเสียงคำนั้นๆได้อย่างถูกต้องอย่างกับฝรั่ง ให้สำเนียงเลิศเป๊ะอย่างกับฝรั่ง!
.
และบทความที่แล้ว เราทิ้งคำถามว่า ถ้าจำศัพท์เป็นภาพแล้ว ถ้าจะจดลงสมุดล่ะ จะจดอย่างไร???
หายใจลึกๆๆแล้วมาดูกัน…
.
.
.
จากวิธีเดิมๆที่เราใช้จดศัพท์กันมาในการเรียนภาษาอังกฤษ 20 กว่าปี ที่เราท่องศัพท์และจดศัพท์เป็นคำๆ รู้ทีละคำ เรียนทีละคำ
.
ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่เวิคโดยสิ้นเชิง!!!
.
และสิ่งที่เราจะนำเสนอวันนี้คือ หยุดจดศัพท์เป็นคำๆ (individual Word) และหันมาเรียนรู้ศัพท์เป็นวลีหรือเป็นประโยคแทน (phrase or sentence)
.
เวลาเราเจอคำศัพทใหม่ๆที่เราไม่รู้จัก เวลาเราอ่านหนังสือหรือดูหนังที่เป็นซับอังกฤษ เช่น เจอประโยคว่า What is your occupation? ซึ่งแปลว่า คุณทำอาชีพอะไร
.
สมมติว่าเราไม่รู้จักคำว่า Occupation ว่าแปลว่าอะไร หลังจากเราเรียนรู้ศัพท์โดยวิธี Feeling&Visualizing ตามที่บอกในตอนที่แล้ว .
.
เรากลัวลืมคำนี้ อยากจดลงสมุด ห้ามจดแค่คำว่า Occupation เด็ดขาด! ให้จดไปเลยทั้งประโยคที่เราเจอ คือ What is your occupation? และอย่าลืมฝึกฟังและพูดโดยใช้ app ที่เราแนะนำไป
.
การจดเป็น Phrase จะดีกว่าการจดเป็น Word อย่างมหาศาลบานตะไท สรุปได้เป็น 4 ข้อด้วยกัน !
.
.
.
1. การจดเป็นประโยควิธีนี้มันเป็นการเรียนรู้โดยธรรมชาติ (Naturally Approach)
.
เช่น เด็กฝรั่ง 3 ขวบยังไม่เข้าโรงเรียน รู้จักประโยค What’s your name? ว่าถามถึงอะไรและต้องตอบว่าอะไร ก่อนรู้จักความหมายที่แท้จริงของคำว่า What, คำว่า Your และคำว่า Name ซะอีก!
.
.
2. การจดเป็นประโยค รวมถึงฝึกฟังให้คุ้นหูและฝึกพูดจนคุ้นลิ้น ทำให้เวลาเราคุยกับฝรั่ง เราสามารถดึงรูปประโยคมาใช้ได้อย่างอัตโนมัติและทันทีทันใด
.
เพราะปกติคนไทยเรียนรู้ศัพท์เป็นคำๆ (แถมเรียนรู้ด้วยวิธีที่ผิดๆ) ทำให้นึกศัพท์ไม่ค่อยออก
.
คำไหนที่นึกศัพท์ออก แต่ต้องมานึกโครงสร้างประโยคที่ต้องใช้อีก กว่าจะพูดได้ซักที เลยตะกุกตะกักงึกๆงักๆ อยู่ร่ำไป!
.
.
3. การจดเป็นประโยค มันสอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ศัพท์ของเราแบบ Feeling & Visualizing เพราะการจดเป็นประโยค มันคือ Big Picture มันคือภาพของสถานการณ์นั้นๆจริง
.
เช่น จดว่า What is your occupation? เราอาจจะนึกถึงภาพพนักงานคนหนึ่งที่กำลังยืนทำแบบสอบถามอยู่ข้างรถไฟฟ้า BTS แล้วเค้าถามถึงอาชีพของเราว่า What is your occupation?
.
.
4. และข้อสุดท้าย โคตรของโคตรสำคัญเพราะเป็นวิธีที่ถือเป็นหัวใจของระบบ Mind English
.
เพราะการจดจำเป็นประโยคเนี่ย ทำให้เราซึมซับโครงสร้างไวยากรณ์ที่ถูกต้องไปโดยปริยาย สมมติเราอยากจดคำว่า delicious เราก็จดว่า She eats a delicious sandwich. (จริงๆคือเจอคำที่เราไม่รู้ที่ไหน ก็ลอกออกมาจดทั้งประโยค) เวลาเราจำก็จำไปทั้งประโยค ฝึกออกเสียงก็ออกเสียงทั้งประโยค
.
พอเจอบ่อยๆ (กับคำอื่นๆ) เราจะใช้ She คู่กับกริยาเติม S โดยปริยายและอัตโนมัติโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเราเติม S ให้กริยาไปแล้ว และไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่านี่ Grammar เรื่อง Present simple tense
.
นั่นคือด้วยวิธีนี้ เราจะสามารถพูดกับฝรั่งได้อย่างอัตโนมัติโดยที่ Grammar เป๊ะ โดยที่เราอาจไม่เคยเรียน Grammar เรื่องนั้นๆก่อน
.
อย่างที่เรายกตัวอย่างไปในบทความก่อนหน้า ว่าอย่างคนไทยก็ไม่สามารถพูดภาษาไทย แบบ Grammar ถูกต้องก่อนเรียน Grammar ที่โรงเรียนซะอีก
.
เด็กอเมริกันแท้ๆก็ไม่เคยเรียน Grammar จนถึงชั้นมัธยม (highschool) แต่ก็ใช้ภาษาได้อย่างคล่องแคล่วและก็ถูกไวยากรณ์เป็นส่วนใหญ่
.
การที่บอกว่าการเรียนรู้อันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของระบบ Mind English เพราะระบบของเรา เรียนโดยใช้ Mind Based Learning คือการเรียนโดยใช้ Mind หรือจิตใต้สำนึก
.
ซึ่งการจดจำคำศัพท์โดยใช้ประโยคเป็นเพียงแค่ 1 ในหลายๆวิธีของเราที่เรียนรู้ด้วย Mind และ Grammar ก็จะซึมซับเข้าไป ทำให้เราพูได้คล่อง! ทันที! อัตโนมัติ! และไวยากรณ์ถูกต้อง! ไปโดยธรรมชาติ
.
นักเรียนของเราจะพูดประโยค Present Perfect Tense ได้อย่างคล่องแคล่วในสถานการณ์ที่ถูกต้อง ทั้งๆที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคือ Present Perfect Tense
.
นี่แหละครับ วิธีเรียนรู้ศัพท์อันแสนวิเศษตามระบบของ Mind English

.

.

สนใจรับทริคฝึกพูดภาษาอังกฤษขั้นเทพ ฟรี! ตามแบบฉบับของมายด์อิงลิชได้ที่ Official Line ของเรา แอดได้ที่ @Mindenglish (ใส่ @ ด้วย) มีกิจกรรมให้ร่วมสนุก ลุ้นเรียนฟรีทุกสัปดาห์!! (ใครอ่านในมือถือ คลิ๊กแอดเฟรนด์ได้ที่นี่เลย http://line.me/ti/p/@bca7662f ) หรือ Add โดยใช้ QR Code ด้านล่างได้เลยจ้าาาา ^^

qr code line@

howtovocab2

วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ! (ตอนที่ 2)

howtovocab2

วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ ตอนที่ 2

วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ ตอนที่ 2

วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ!!! ตอนที่ 2
.
.
.
(ใครยังไม่อ่านตอนที่ 1 ไปอ่านก่อนคลิ๊กhttp://www.mindenglish.net/article/greatvocab1/มิฉะนั้น จะอ่านตอนนี้ไม่รู้เรื่อง)
.
.
จากตอนที่แล้ว ที่เราบอกทุกคนว่าวิธีท่องศัพท์ในระบบของ Mind English ว่าเราจะยุติการท่องศัพท์แบบดั้งเดิมที่เราทำตามๆกันมาตลอดการเรียนภาษาอังกฤษ 20 กว่าปี ซึ่งสุดท้ายก็พูดกับฝรั่งไม่ได้
.

มาใช้วิธีเรียนรู้ศัพท์ในระบบของ Mind English ที่เน้นการเรียนรู้เชิงลึกโดยใช้สมองซีกขวา หรือที่เราเรียกว่า Visualizing & Feeling
.
ซึ่งคือการนึกภาพคำนั้นเชื่อมโยงกับสิ่งที่มีอยู่จริงโดยไม่ต้องแปล และสัมผัสความรู้สึก สัมผัสถึงแสง สี รูปร่างของสิ่งนั้นให้ชัดเจ
.
ตอนที่แล้วยกตัวอย่างไปบ้างแล้ว ตอนนี้ของยกตัวอย่างอีกซักค
.
เช่นคำว่า Admonish คำนี้ถ้าให้แปลเป็นไทย อาจแปลว่า ว่ากล่าวตักเตือน แต่ถ้าแปลแล้วท่องตรงๆ นอกจากจะลืมง่าย เวลาจะใช้จริงนึกไม่ออกแล้ว ยังจะไม่สามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำนี้ได้
.
การ Visualizing & Feeling ของคำนี้ ให้นึกถึงตอนเด็ก ที่เราติดดูการ์ตูนช่องเก้า แม่เรียกให้ไปอาบน้ำ เรียก 4-5 รอบเราก็ไม่ไหว แม่ก็ Admonish เรา
.
พอโตขึ้นมา เรียนหนังสือที่โรงเรียน ครูสอนๆไป เราก็แอบนั่งแชทไลน์ไป ซักพักครูเห็น ครูก็ Admonish เรา
.
ถ้าเราเข้าใจแบบจริงๆ เราต้องไม่จำ Admonish ในความหมายภาษาไทยเลย
.
หลักคือ จินตนาการให้เกิด Theatre of Mind ในสมองเราถึงสถานการณ์ของคำนี้ ยิ่งภาพในหัวเราชัดเท่าไหร่ เราจะจดจำคำว่า Admonish ได้ชัดขึ้นเท่านั้น และสามารถดึงคำนี้มาใช้สนทนาจริงได้ทันที
.
แต่เท่านั้นยังไม่พอ!!
.
ถ้าเราจะเรียนรู้คำศัพท์เพื่อใช้ในการพูด จำเป็นภาพอย่างเดียวไม่ได้
.
เราต้องรู้การออกเสียงของมันด้วย!
.
หลังจากเราเรียนรู้ศัพท์คำนั้นๆ จำเป็นภาพได้อย่างชัดเจนแล้ว สิ่งที่ตามมาจะต้องฝึกฟังคำนั้นๆและออกเสียงคำนั้นๆตามแบบที่ถูกต้อง
.
และเครื่องมือที่เราแนะนำที่เวิคสุดๆและที่สำคัญคือฟรี! (สำหรับคนที่มี Smartphone เท่านั้น)
.
นั่นคือ app ที่ชื่อว่า Google Translate นั่นเอง!!!! (ดาวน์โหลดได้ทั้ง App Store สำหรับ IOS และ Playstore สำหรับ Android)
.
แอพนี้ใช้ง่ายมากๆ คนอื่นๆมักจะใช้แอพนี้แปล แต่สำหรับ Mind English เราไม่!
.
แต่เราจะใช้ให้มันออกเสียงให้และฟังเสียงเรา (ว่าเราพูดถูกหรือเปล่า)
.
ขั้นแรก : กำหนดภาษาก่อน กำหนดแปลไทยเป็นอังกฤษ ย้ำนะครับ แปลไทยเป็นอังกฤษ
.
ขั้นที่สอง : ใส่คำที่เราต้องการรู้ว่าออกเสียงยังไงลงไป ในที่นี้ใส่คำว่า Admonish แล้วก็กดแปล
.
พอกดปุ๊บ มันจะขึ้นคำว่า Admonish อีกครั้ง แต่มันจะไม่ขึ้นคำแปลอะไร 555+ อ้าว – –
.
เพราะเราใส่แปลไทยเปฺ็นอังกฤษ ไม่ใช่ให้อังกฤษเป็นไทย มันเลยไม่แปลอะไรให้เรา ขึ้นแต่คำเดิมที่เราใส่ไป คือคำว่า Admonish (ถ้าพิมพ์ Admonish ไปแล้วมันขึ้นคำแปลภาษาไทยหราเลย แปลว่าคุณตั้งค่าแปลอังกฤษเป็นไทยแล้ว ต้องตั้งค่าแปลจากภาษาไทยไปเป็นภาษาอังกฤษ
.
ขั้นที่สาม : สังเกตด้านขวาสุดจะปุ่มให้กดรูปลำโพง พอกดปุ๊บ app จะออกเสียงแบบเจ้าของภาษาให้ฟัง แนะนำให้ลองฟังเฉยๆซัก 5 รอบ
.
ขั้นที่ 4 : หลังจากฟังไปแล้ว 5 รอบ รอบที่ 6 แนะนำให้ลองพูดตาม วิธีพูดตามคือ สลับการแปลจากเดิมไทยไปอังกฤษ ให้เปลี่ยนเป็นอังกฤษเป็นไทย ซึ่งช่องที่ให้ใส่คำศัพท์จะมีปุ่มรูปไมโครโฟน พอกดปุ๊บเราก็ออกเสียงตาม ถ้าเราออกเสียงถูก คำศัพท์จะขึ้นถูกต้องตามนั้นว่า Admonish
.
ถ้าออกเสียงเพี้ยนไป ศัพท์ก็จะออกมาเป็นคำอื่น อย่างแย่ที่สุด app ก็จะบอกว่า Didn’t get that. แปลเป็นภาษาไทยคือ (กู)ฟัง(มึง)ไม่รู้เรื่อง!
.
อย่างคำในตัวอย่างนี้ Admonish ถ้าออกเสียงตรงๆ แอ๊ด-โม-นิช แล้วให้ผลลัพธ์ออกมาตรงคำยากมากๆๆ (ใครอ่านได้ตรงคำแปลว่าสำเนียงเหมือนเจ้าของภาษามาก)
.
จริงๆการฝึกแนะนำให้เริ่มจากคำง่ายๆ อย่าง Hello, Thank you, Cat, Dog etc. ก่อน แล้วค่อยๆไล่ๆไต่ระดับไปเรื่อยๆ
.
แต่สิ่งที่อยากบอกและอยากเน้นคือ อย่าไปซีเรียสมาก หากตัวเองพูดยังไง app ก็ยังฟังไม่เข้าใจอยู่ดี เพราะเวลาสถานการณ์จริง คนพูดภาษาอังกฤษคล่อง ก็ออกเสียงคำบางคำไม่ชัดเป๊
.
เพราะฝรั่งสามารถคาดเดาจากบริบทหรือเรื่องราวที่คุย ซึ่งทำให้เข้าใจคำนั้นๆได้ ถ้าให้เปรียบ ก็คงคล้ายกับเด็กเสิร์ฟชาวพม่า หรือชาวลาวที่พูดภาษาไทยไม่ค่อยชัด แต่เราคนไทยก็พอฟังเข้าใจ
.
แบบฝึกการฟัง-พูดคำศัพท์อันนี้ แค่อยากให้พวกเราแค่เข้าใจว่าคำนั้นๆออกเสียงประมาณไหน ถ้าสุดท้ายแล้วออกเสียงเลียนแบบแล้ว แรกๆ app ยังไม่เข้าใจก็ช่างมัน เพราะเราฝึกเพื่อไปพูดกับคน ไม่ใช่ app
.
แต่ถ้าเราฝึกไปเรื่อยๆเราจะเริ่มออกเสียงคำถูกต้องขึ้นเรื่อยๆเอง
.
ถ้าใครอ่านตอนที่ 1 จนไล่มาถึงบรรทัดนี้ ขอให้เข้าใจตรงกันว่า Visualizing & Feeling สำคัญที่สุด เพื่อให้เราเห็นภาพของคำศัพท์นั้นๆ และเรียนรู้การใช้ app ใน Smartphone เพื่อให้เข้าใจการออกเสียงของคำนั้นๆ
.
บางคนถามว่า “เอ้อ! ถ้าจำเป็นภาพ แล้วเวลาจดศัพท์กันลืมล่ะ จะจดยังไงดี จดศัพท์ใส่ความหมายแบบตอนเรียนติวเพื่อไปสอบแอดมิชชั่นได้ไหม”
.
ไม่ได้ครับ! ห้ามเด็ดขาด บทความตอนหน้า จะเผยวิธีจดคำศัพท์ที่เทพที่สุดในโลก! ห้ามพลาดเด็ดขาด พูดเลย!

.

.

สนใจรับทริคฝึกพูดภาษาอังกฤษขั้นเทพ ฟรี! ตามแบบฉบับของมายด์อิงลิชได้ที่ Official Line ของเรา แอดได้ที่ @Mindenglish (ใส่ @ ด้วย) มีกิจกรรมให้ร่วมสนุก ลุ้นเรียนฟรีทุกสัปดาห์!! (ใครอ่านในมือถือ คลิ๊กแอดเฟรนด์ได้ที่นี่เลย http://line.me/ti/p/@bca7662f ) หรือ Add โดยใช้ QR Code ด้านล่างได้เลยจ้าาาา ^^

qr code line@

 

seminar web

howtovocab1

วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ! (ตอนที่ 1)

howtovocab1

วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ ตอนที่ 2

วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ ตอนที่ 2

วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ!
.
.
(อ่านตอนก่อนหน้า ก่อนนะ สำคัญมากๆๆๆ>>http://www.mindenglish.net/article/stopvocab2/)
.
.
ถ้าใครได้อ่านตอนก่อนหน้าของบทความชุด “อยากพูดอังกฤษคล่อง ต้องงดท่องศัพท์” มาแล้วทั้ง 2 ตอน

คงจะรู้แล้วว่าวิธีการเรียนรู้ศัพท์แบบดั้งเดิมที่เรานั่งท่องศัพท์กันมาตลอดการเรียนภาษาอังกฤษนับสิบๆปี มันไม่เวิคสำหรับการฝึกให้พูดอังกฤษได้จริงเลย
.
.
วันนี้เราจะมาเผยวิธีการเรียนรู้ศัพท์ฉบับเทพตามระบบของ Mind English กัน
.
จากการท่องศัพท์แบบเดิมที่ใช้วิธี Translating & Memorizing หรือวิธีแปลแล้วนั่งท่องแบบที่เราคุ้นเคย ซึ่งเป็นการเรียนรู้โดยใช้สมองซีกซ้าย
.
.ซึ่งไม่เวิคเพราะสมองซีกนี้เป็นสมองส่วนความทรงจำระยะสั้น ทำให้จำศัพท์ได้ไม่นานก็ลืม ถึงเวลาพูดกับฝรั่งจริงก็จะนึกไม่ค่อยออก (ทั้งๆทีรู้ศัพท์นั้นแท้ๆ)
.
.
วิธีการเรียนรู้ศัพท์ของ Mind English จะเปลี่ยนจากการเรียนรู้แบบดั้งเดิมที่ใช้วิธี Translating & Memorizing เป็น Visualizing & Feeling แทน
.
การ Visualizing คือการจินตนาการภาพคำศัพท์นั้นให้มีตัวตนจริง เชื่อมโยงกับสิ่งที่เรารู้จักจริงๆ และต่อด้วย Feeling หลังจากนึกภาพแล้วให้รู้สึกไปกับมัน สัมผัสมันทั้งในจินตนาการ
.
ซึ่งการ Visualizing &Feeling นั้นเป็นการเรียนรู้โดยใช้สมองซีกขวา เป็นการจำเป็นภาพซึ่งทำให้เกิดความทรงจำระยะยาวครับ
.
ยกตัวอย่างคำว่า Cat ถ้าท่องแบบเดิมคือแปลว่าแมว แล้วก็จบ
.
แต่สำหรับเรา Cat ให้นึกถึงแมวของคนข้างบ้าน ให้รู้สึกและสัมผัสถึงความซนของมัน
.
ยกตัวอย่างคำว่า Enormous แปลว่ากว้างใหญ่มหึมา ให้มองขึ้นท้องฟ้าแล้วสัมผัสความยิ่งใหญ่ของมัน แล้วจดจำว่าท้องฟ้านี่แม่งโคตร Enormous เลย
.
หรือกระทั่งคำง่ายๆ อย่าง Excite ถ้าแปลตรงๆ แปลว่าตื่นเต้น แต่อย่าไปจำว่า Excite = ตื่นเต้นครับ แป๊บเดียวก็ลืม ให้จินตนาการถึงความรู้สึกตอนที่ตัวเองไปเดทกะแฟนครั้งแรก ความรู้สึกนั้นแหละคือ Exciting จำความรู้ไปเลย ไม่ต้องจำความหมายภาษาไทย
.
วิธีนี้จะใช้เวลาในการจำศัพท์แต่ละคำมากกว่าวิธีท่องตรงๆ 2-3 เท่า แต่จะสามารถจดจำและนำมาใช้ได้ดีกว่าเดิมมากกว่า 10 เท่าครับผม คอนเฟิร์ม! ผมลองมาแล้ว!
.
เมื่อเรียนรู้แล้วอย่าลืมที่จะทบทวน การทบทวนของเราคือฝึกใช้บ่อยๆ ในชีวิตจริงๆเนี่ยแหละ เช่น ไปโรงเรียนเจอแมวหน้าโรงเรียนก็อย่านึกว่ามันคือแมว ให้นึกว่ามันคือ Cat
.
พอเดินผ่านสนามบอลให้รู้จักว่า โอ้ว สนามนี้แม่ง Enormous มาก
.
พอขึ้นห้องครูจะประกาศคะแนนสอบ โอ้ยย แม่งโคตรรู้สึก Excite เลยว่ะ เฟดเฟ่!
.
.
ทำแบบนี้บ่อยๆกับทุกคำที่คุณเรียนรู้ในแบบ Visualizing & Feeling คุณจะไม่ได้รู้สึกว่าคุณกำลังฝึกภาษาอังกฤษ แต่คุณจะรู้จึกว่าภาษาอังกฤษกลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณ
.
เวลาคุณจะพูดกับฝรั่ง ปกติเวลาพูดกับใคร สมองคุณจะนึกและประมวลผลเรื่องราวเป็นภาพอยู่แล้ว คุณจะสามารถพูดออกมันมาได้โดยอัตโนมัติ โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาแปลเป็นไทยเลย! ลองไปทำดูนะครับ
.
ต่างกับที่คุณท่องลิสต์ศัพท์แบบเดิม
ท่องเป็นตัวอักษร ท่องเป็น Text
.
เวลาพูดจริง สมองไม่ได้นึกเป็นตัวอักษรเหมือนเป็นป้ายไฟวิ่งเลื่อนในหัว
.
สมองประมวลผลเป็นภาพ… เวลาคุณพูดกับฝรั่งคุณถึงนึกศัพท์ไม่ค่อยออกไง ตะกุกตะกักเป็นเป็นคนติดอ่างเลย เข้าใจแล้วนะว่าทำไม?

.

.

สนใจรับทริคฝึกพูดภาษาอังกฤษขั้นเทพ ฟรี! ตามแบบฉบับของมายด์อิงลิชได้ที่ Official Line ของเรา แอดได้ที่ @Mindenglish (ใส่ @ ด้วย) มีกิจกรรมให้ร่วมสนุก ลุ้นเรียนฟรีทุกสัปดาห์!! (ใครอ่านในมือถือ คลิ๊กแอดเฟรนด์ได้ที่นี่เลย http://line.me/ti/p/@bca7662f ) หรือ Add โดยใช้ QR Code ด้านล่างได้เลยจ้าาาา ^^

qr code line@

 

seminar web