Posts

howtochoosemovies

เลือกดูหนัง ยังไงให้เก่งอังกฤษ

howtochoosemovies

choosemovies

เลือกดูหนัง ยังไงให้เก่งอังกฤษ
.
ดูหนังฝรั่งบ่อยๆทำให้เก่งภาษาอังกฤษได้จริง แต่ต้องดูให้ถูกวิธี และเลือกหนังให้เป็น!…เลือกยังไง มาดูกันนนน?
.
จากตอนที่แล้วที่เราบอกว่าคนส่วนใหญ่ดูหนังฝรั่งกันแบบผิดวิธี เพราะแทนที่จะเน้นฟัง เป็นเน้นอ่านซับ ตาจดจ้องอยู่แต่กับซับไปซะอย่างงั้น
.
ถ้าดูซับไทย จะแทบไม่ได้อะไรเลย ส่วนถ้าดูซับอังกฤษ ถ้ามั่วแต่อ่านซับก็จะได้ฝึกทักษะการ Reading แทน ด้านการฟังกับพูดก็ยังง่อยเหมือนเดิม
.
มิน่าล่ะ ดูหนังฝรั่งมาหลายร้อยเรื่องแล้ว ยังพูดอังกฤษกับฝรั่งไม่ได้ซักที!
.
.
บทความที่แล้วในตอน “ดูหนังยังไง ให้พูดภาษาอังกฤษได้” ได้แนะนำวิธีการดูหนังที่ถูกต้องไปแล้ว ใครยังไม่ได้อ่าน ห้ามพลาดเด็ดขาด!!
.
>>>>ดูหนังยังไง ให้พูดภาษาอังกฤษได้ ตอนที่ 1 : http://www.mindenglish.net/article/watchmovies/
>>>>ดูหนังยังไง ให้พูดภาษาอังกฤษได้ ตอนที่ 2 : http://www.mindenglish.net/article/watchmovies2/
>>>>ดูหนังยังไง ให้พูดภาษาอังกฤษได้ ตอนที่ 3 : http://www.mindenglish.net/article/watchmovies3/
.
.
วันนี้ๆ ถ้าใครอยากดูหนังตามระบบของ Mind English เราจะมาสรุปวิธีการเลือกหนังแบบเทพๆ ให้สอดคล้องกับแนวทางการฝึกของ Mind English เรา
.
.
1. เลือกหนังที่ชอบที่สุด : เพราะต้องดูซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ จนกว่าจะฟังที่เค้าพูดออกทั้งหมด และฝึกพูดตามได้ทั้งหมดเช่นกัน (เผลอๆต้องดูเป็นสิบรอบอะ ถ้าไม่รักจริง เดี๋ยวพาลจะเบื่อไปก่อน)
.
สำคัญคือ “ดูทีละเรื่อง” จนฟังออกทั้งหมด อย่าสลับเรื่องไปมา ถ้าเบื่อก็ต้องทนจ้า อยากสวมมงกุฏ ก็ต้องยอมรับน้ำหนักของมันด้วย
.
.
2. เลือกหนังอเมริกัน : เพราะจะได้ฝึกสำเนียงอเมริกัน จริงๆแล้วข้อนี้ไม่ซีเรียส จะดูหนังชาติไหนก็ได้ อังกฤษก็ได้ ออสเตรเลียก็ได้
.
แต่ที่ซีเรียสคือ ต้องดูหนังสำเนียงเดียว ฝึกสำเนียงเดียวไปเลย ไม่งั้นใหม่ๆเดี๋ยวมึน ซึ่งหนังหรือซีรี่ย์อเมริกันหาง่ายและแพร่หลายมากที่สุด เลยเลือกอเมริกันไปเลยดีกว่า
.
.
3. เลือกเป็นแผ่น DVD : ลงทุนนิดนึงลูก อย่าไปดูผ่านเว็บเลย(มันเปลี่ยนซับลำบาก) บางคนอยากซื้อหนังเรื่องโปรดเก็บเป็น Collection อยู่แล้วนี่ก็เข้าทางเลย ซื้อเถอะ รับรองคุ้ม!
.
.
4. เลือกหนังที่มันพูดกันเยอะหน่อย : เช่นหนังรักหรือหนังดราม่า ถ้าบู๊ดุเดือดไปเลย ได้ยิงเสียงปืนมากกว่าเสียงคนนี่ก็ไม่ไหว หรือบู๊บ้าง คุยบ้างแบบแฮรรี่ พอตเตอร์นี่ยังพอโอ
.
บางคนถามว่าการ์ตูนล่ะ โอเคมั๊ย…ก็พอหยวนๆ แต่จริงๆไม่ควร เพราะตามระบบของเรา ดูหนังรอบหลังๆมีฝึกการออกเสียงด้วย ถ้าได้สังเกตรูปปากเวลาฝรั่งพูด จะช่วยให้ฝึกได้ง่ายขึ้น!
.
.
นี่คือ 4 ข้อ วิธีการเลือกหนังมาฝึกฝนตามระบบของ Mind English ถ้าเลือกได้ตามนี้และทำตามระบบของเราอย่างจริงจัง ไม่เกิน 3 เดือน คุณจะค้นพบความมหัศจรรย์ในตัวคุณ!
.
บางคนถามมาทาง Inbox ว่าแล้วฟังเพลงด้วยโอเคไหม
.
ถ้าฝึกฟังเล่นคลายเครียดๆ รีแลคๆไรงี้ โอเคครับ แต่ถ้าเอาเพลงมาฝึกฟังจริงจังนี่ไม่โอเคแน่ๆ
.
เพราะเนื้อเพลงส่วนใหญ่จะมีการปรับโครงสร้างไวยากรณ์เพื่อให้คล้องกันทุก ท่อน ที่แย่ไปกว่านั้น คือเพลงมันจะออกเสียงเพี้ยนไปจากเดิม เพื่อให้ตรงคีย์ในการร้อง
.
ซึ่งถ้าเราฝึกโดยใช้เพลงเป็นหลัก สุดท้ายบางคำ หรือบางประโยคเราจะพูดด้วยสำเนียงแปร่งๆเพี้ยนๆ เพราะติดเพลงมา

howtowatchmovies3

ดูหนังยังไง ให้พูดอังกฤษได้ (ตอนจบ)

howtowatchmovies3

watchmovies3

ดูหนังยังไง ให้พูดภาษาอังกฤษได้ตอนที่ 3 (ตอนจบ)
.
ทำไมนะ ดูหนังเท่าไหร่ ภาษาอังกฤษถึงไม่ดีขึ้นซักที
.
.
(อ่านตอนที่ 1 และ 2 ได้ที่ http://www.mindenglish.net/article/)
.
.
ท้าวความบทความที่แล้ว ที่เราบอกสุดยอดเทคนิคไหมฟ้า
.
ในการดูหนังเพื่อฝึกภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น ตามระบบเฉพาะของ Mind English
.
ซึ่งมีทั้งหมด 3 ขั้นตอนด้วยกัน…
.
ขั้นตอนที่ 1 คือดูหนังฝรั่ง ซับไทย เพื่อให้เข้าใจเนื้อเรื่อง พยายามเปิดหูฟังมากกว่าตั้งใจอ่านซับ ดู 1 รอบ
.
ขั้นตอนที่ 2 คือดูหนังฝรั่ง ซับอังกฤษ เบิกหูให้กว้าง จดจ้องปากของตัวละคร อันไหนฟังไม่ทันหยวนๆ เหลือบมองซับ ว่าเค้าพูดว่าอะไร (ขอให้รู้ว่าพูดว่าอะไรพอ แปลว่าอะไรไม่จำเป็น)
.
สำหรับขั้นที่ 2 นี้ ต้องดูซ้ำๆ จนกระทั่งฟังออกทั้งหมดแบบ 100% ไม่มีต้องเหลือบมองซับ (เป็นไปได้ว่า 10 รอบขึ้นไป แล้วแต่ความยากของหนัง 555+)
.
.
.
วันนี้ สถาบันสอนภาษา Mind English จะมาแนะนำขั้นตอนที่ 3 สำหรับ “สุดยอดเทคนิคการดูหนัง” ของเรา นั่นคือ!!!
.
ขั้นตอนที่ 3 คือดูหนังฝรั่ง แบบไร้ซับ ไม่มีซับแมวอะไรทั้งสิ้น  จะดูประมาณ 4 รอบขึ้นไป
.
หลังจากเราฟังออกทุกประโยค ทุกคำพูด ตามที่เราฝึกในขั้นตอนที่ 2 มาแล้ว
.
ขั้นที่ 3 ที่เราดูหนังแบบไร้ซับ รอบแรกๆ (1-2 รอบ) เราจะฟังอย่างเป็นธรรมชาติ และดูหนังเหมือนเราดูหนังไทยปกติเนี่ยแหละ (เราจะรู้สึกสนุกกับมัน ถ้าเราฟังออกฟังทันหมด ว่าใครพูดอะไรยังไงบ้าง)
.
ดูชิลๆแบบพักผ่อน เน้นเชื่อมโยงความหมายกับคำศัพท์
.
บางคำศัพท์หรือบาง idiom ที่เราไม่รู้ก็ซึมซับมัน และพยายามคาดเดาความหมายตามบริบทของหนัง ไม่ต้องเปิดดิก
.
รอบหลังๆ คราวนี้ เราเอาจริงแระ จินตนาการว่าตัวเองเป็นพระเอกหรือนางเอกของเรื่อง  สมมติเป็นพระเอกแล้วกัน
.
พอพระเอกพูดจบหนึ่งท่อนปุ๊บ เรากด Pause และฝึกพูดตามให้พยายามเลียนเสียงให้เป๊ะมากที่สุด ทำแบบนี้ทั้งเรื่อง
.
พอเริ่มคล่อง รอบหลังๆให้ใส่ฟีลลิ่ง ใส่ความรู้สึก ใส่ความหมายให้มันลงไปด้วย
.
ให้นึกว่าตัวเองพระเอกจริงๆ จินตนาการเหมือนเรากำลังอยู่ในเหตุการณ์ในหนังจริงๆ
.
การดูหนังในขั้นตอนที่ 3 นี้จะสิ้นสุดลงเมื่อเราเลียงเสียงได้คล่อง ได้เหมือนตัวละครที่เราเลียนแบบอย่างครบถ้วน!
.
.
ทำได้ตามนี้ แค่หนังเพียงเรื่องเดียว อาจจะใช้เวลาเยอะหน่อยกว่าจะดูจบทุกขั้นตอน สมมติ 3 เดือน รับประกันได้เลยว่าผ่าน 3 เดือนนี่ไปแล้ว คุณจะรู้สึกว่าตัวเองฟัง-พูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่า 10 ปีที่เรียนภาษาอังกฤษมาซะอีก!!
.
ฟังดูเหมือนนาน แต่มันเฉพาะเรื่องแรกๆจ้า เรื่องต่อไปๆจะใช้เวลาลดลงอาจจะจาก 3 เดือน เหลือ1-2 เดือน แล้วค่อยๆลดลงมาในเรื่องต่อไปๆ
.
ผลลัพธ์สุดท้าย คุณจะดูหนังฝรั่งแบบไม่ต้องมีซับแล้วฟังออกและรู้เรื่องทั้งหมด…วันนั้นแหละคือวันที่คุณจะคุยกับฝรั่งได้โคตรคล่อง

.

อีกอย่าง พยายามทำตามขั้นตอนของเราเน้อ อย่าข้ามขั้น บางคนอยากข้ามมาขั้นตอน 3 เลย ดูหนังแบบไร้ซับ สุดท้ายเดี๋ยวได้ซับน้ำตาแทน (เพราะดูไม่เข้าใจห่านไรเลย เง้อ)
.
.
ใครอยากใช้วิธีนี้ อย่าลืมกฏเล็กๆน้อยๆของเรา
.
ข้อ 1 “ห้ามแปล” คือ ห้ามเปิดดิก ห้ามแปลเป็นภาษาไทย : เจอคำไหนไม่รู้พยายามเดาความหมายเอา
.
ข้อ 2 “ชิล” อย่าไปซีเรียส ฟังไม่ทันก็รอฟังรอบใหม่ พูดแรกๆยังเลียนเสียงไม่เหมือน ก็ช่างแม่งครับ รอบหน้าเอาใหม่
.
ข้อ 3 “ต่อเนื่อง” ไม่ใช่วันนี้เริ่มฝึก หายไป 2 สัปดาห์มาฝึกต่อ ไม่เอาครับ ไม่เอา ถ้าจะเอาจริงต้องเอาทุกวันครับ เว้นได้วันหรือสองวันนี่คือสุดๆละ
.
.
แต่จริงๆแล้ว ไม่อยากให้เรียกว่าการฝึก แต่อยากให้เป็นการเปลี่ยนวิธีการดูหนังมากกว่า เพราะหนังที่เราเลือกมาคือหนังที่เรารัก พร้อมจะดูเป็นสิบรอบอยู่แล้ว
.
เปลี่ยนความสนุกเป็นการรุกคืบ เปลี่ยนดูหนังชิลๆ มาทำให้ชีวิตวิ่งปิ๋วมากขึ้น
.
บทความหน้าเราจะมาสรุปลักษณะของหนังที่ควรเลือกมาดูกัน คอยติดตามนะครับ

howtowatchmovies2

ดูหนังยังไง ให้พูดอังกฤษได้ (ตอนที่ 2)

howtowatchmovies2

ดูหนังยังไง ให้พูดภาษาอังกฤษได้ ตอนที่ 2

ดูหนังยังไง ให้พูดภาษาอังกฤษได้ ตอนที่ 2

หนังยังไง ให้พูดภาษาอังกฤษได้ (ตอนที่ 2)
.
ใครต่อใครชอบบอกว่าดูหนังฝรั่งแล้วจะเก่งภาษาอังกฤษขึ้
.
แต่ทำไมเราดูหนังฝรั่งมาทั้งชีวิต ภาษาอังกฤษยังง่อยขนาดนี้!!!
.
.
จากตอนที่แล้ว (ใครยังไม่อ่านตอนที่ 1 ไปอ่านก่อน ไม่งั้นไม่รู้เรื่อง Click >>>http://www.mindenglish.net/article/watchmovies/)
.
เราพูดถึงสิ่งที่เราบอกต่อๆกันมาว่า เห้ย ถ้าอยากเก่งภาษาอังกฤษ ลองฝึกจากหนังสิ ดูหนังฝรั่งบ่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งขึ้นเอง!
.
สุดท้ายดูหนังจนตาเปียก ดูซีรี่ย์จนตาแฉะ สุดท้ายก็ยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แถมยังเพิ่มโรคต้อกระจกมาซะอีก บร้ะ!
.
ที่เป็นแบบนี้ เพราะเราดูหนังกันด้วยวิธีผิดๆยังไงล่ะ (อยากรู้ว่าผิดอย่างไรแนะนำให้ไปอ่านตอนที่แล้ว)
.
.
วันนี้ สถาบันสอนภาษา Mind English จะมาแนะนำสุดยอดวิธีฝึกภาษาอังกฤษอันแสนทรงพลัง ถ้าใครทำตามนี้ได้ ภาษาอังกฤษของคุณจะดีขึ้นจนตัวคุณเองจะตกใจ!!
.
การดูหนังเพื่อให้พูดภาษาอังกฤษได้ของเราจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน
.
แบบแรก คือ แบบเบาๆ คือดูหนังปกติเนี่ยแหละ ดูเพื่อความเพลิดเพลินเป็นหลัก แต่ขอฝึกภาษาอังกฤษเป็นน้ำจิ้มด้วย
.
ถ้าจะดูหนังแบบนี้ เวลาเราดูหนังฝรั่ง Soundtrack ซับไทย (อย่าดูพากษ์ไทยนะลูก พี่ขอ) ให้เราลดความตั้งใจอ่านซับให้ลดลง เปิดหูเพื่อการฟังให้มากขึ้
.
ตาของเรา แทนที่จะโฟกัสไปที่บรรทัดด้านล่างที่ซับขึ้น ให้โฟกัสที่ปากของตัวละคร และพยายามฟังให้มากขึ้น อันไหนไม่ไหวจริงๆ ไม่รู้เรื่องจริงค่อยเหลือบตาไปมองซับ
.
สุดท้ายดูหนังอาจจะไม่เข้าใจ ก็ซื้อตั๋วไปดูในโรงอีกรอบ เพราะเราสวยและรวยมาก จบนะ!
.
สำหรับการฝึกแบบนี้ จริงๆคือชิล อย่าไปเรียกว่าฝึก เพราะจริงๆแค่ปรับเปลี่ยนวิธีดูหนัง ซึ่งจะทำให้เราฟัง-พูดกับฝรั่งได้เก่งขึ้น 10-20 %
.
.
แบบที่ 2 คือ สุดยอดเทคนิคการดูหนัง!!! ที่เป็นดูหนังเพื่อการฝึกภาษาอังกฤษอย่างแท้จริง ถ้าทำตามนี้ได้ คุณจะคุยกับฝรั่งได้ดีขึ้น 2 เท่าหรือ 200% เป็นอย่างต่ำ ฟันธง!!!!
.
อันดับแรก เลือกหนังมาหนึ่งเรื่อง หรือซีรี่ย์มาหนึ่งตอน (แนะนำเอาเรื่องที่ชอบมากๆ รวมถึงเอาหนังของอเมริกาเท่านั้น พวกฮอลลีวู๊ดไรงี้ได้หมด จะได้ฝึกสำเนียงอเมริกัน ซึ่งเป็นสำเนียงมาตรฐานไปเลย)
.
และควรลงทุนซื้อเป็น DVD เลย ไม่ควรดูผ่านเนต เพราะ DVD สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นซับไทย ซับ Eng หรือ No Sub ไปเลยก็ได้
.
สุดยอดเทคนิคการดูหนังของเราจะมีทั้งหมด 3 ขั้นตอนด้วยกัน
.
ขั้นที่ 1 : ดูแบบปกติเนี่ยแหละ ดู 1 รอบ ดูเป็น Soundtrack มีซับภาษาไทย ดูเพื่อให้เข้าใจเนื้อเรื่อง แต่ระหว่างดูนอกจากเปิดตาเพื่ออ่านซับแล้ว แนะนำให้เปิดหูให้มากขึ้น ลองพยายามฟังแล้วจับใจความว่าตัวละครพูดอะไร แต่อย่าไปซีเรียสมาก ฟังไม่รู้เรื่องก็ช่างมัน เน้นเข้าใจเนือเรื่อง
.
แต่เรื่องที่เราชอบจริงๆ เราอาจข้ามขั้นตอนนี้ไปก็ได้ ถ้าเรารู้เนื้อหามันทั้งหมดแล้ว
.
ขั้นที่ 2 : หลังจากที่เราเข้าใจเรื่องราวแล้ว ดูขั้นที่ 2 จะเป็นการดูหนังโดยดูแบบ Sub English

ครั้งนี้เราจะเน้นการฟัง ฟังแล้วก็ฟัง ดวงตาจับจ้องที่ปากของตัวละคร แล้วเปิดหูให้กว้างที่สุดใน 3 โลกกก อย่าไปจดจ้องที่ซับ เพราะเราจะฝึกฟัง ไม่ได้ฝึกอ่าน!
.
พยายามฟังให้รู้ว่ามันพูดว่าอะไร ถ้าฟังไม่ออกจริงๆ ค่อยเหลือบตาดูซับ Eng ด้านล่าง
.
แต่ถ้าดูไม่ทันก็ช่างมัน อย่าไปซีเรียส ชิลๆ เพลิดเพลินไปกับมัน
.
พอดูจบก็ดูซ้ำ แบบ Sub Eng เนี่ยแหละ เหมือนเดิมเลย ตาจับจ้องที่ปาก หูผึ่งตั้งใจฟัง ตรงไหนที่รอบที่แล้วฟังไม่ทัน ไม่รู้ว่าพูดอะไรก็ผึ่งหูมากขึ้นหน่อย ถ้าไม่ไหวจริงๆ แม่งพูดเร็วมาก ก็เหลือบมาดูซับได้ ไม่ได้ว่าอะไร
.
ถ้าถามว่าต้องดูซ้ำกี่รอบ
.
555+ ไม่อยากบอกเลย ว่าบางทีอาจจะต้อง 5-10 รอบขึ้นไปอ่า ไหวป้ะ
.
หัวใจของขั้นตอนนี้คือ “คุณต้องดูซ้ำแล้วซ้ำอีก จนกว่าคุณจะฟังรู้เรื่องทั้งหมด แบบ 100%”
.
คุณต้องฟังออกทั้งหมด แม้ไม่รู้ความหมายมันก็ตาม
.
และสิ่งต้องห้ามก็คือ ห้ามเปิดดิก ห้ามแปล (ถ้าใครติดตามเพจมาซักพัก น่าจะจำได้ว่าการเรียนรู้ภาษาตามระบบ Mind English จะไม่ชอบการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย)
.
ศัพท์คำไหนคุณไม่รู้คำแปล ไม่ต้องแปล ปล่อยมัน ช่างแม่ง…
.
แต่เชื่อไหม ถ้าคุณฟังบ่อยมากพอจนฟังออกทั้งหมด ศัพท์ยากๆที่คุณไม่รู้คำแปล แต่คุณจะรู้ความหมายของมัน
.
อ้าว ทำไมล่ะ? เพราะจริงๆคุณเข้าใจเนื้อเรื่องแล้วไง คุณจะพอเดาได้แบบอัตโนมัติว่าคำนี้ มันน่าจะหมายถึงอะไรประมาณไหน
.
แต่ถ้าคุณอยากเรียนรู้คำศัพท์ เพิ่มศัพท์เข้าคลังสมองจริงๆ คุณต้องใช้วิธีการเรียนรู้ศัพท์ตามระบบ Mind English ของเรา
.
(อ่านย้อนหลังได้ในบทความชุด “วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ!)

.
แล้วทั้งหมดนี้ คือขั้นตอนที่ 2 คุณต้องฟัง ฟัง แล้วก็ฟัง ดูหนังเรื่องเดิมๆ กี่รอบก็ตามจนคุณฟังมันรู้เรื่องทั้งหมด!
.
นี่แหละที่เราถึงบอกให้คุณเลือกหนังที่คุณรักที่สุด เพราะถ้าคุณไม่รักมันจริงๆ คุณดูแป๊บๆ ก็เบื่อแล้ว
.
และมีกฏ 2 ข้อที่คุณต้องยึดมั่น ข้อแรกบอกไปแล้วคือ ไม่ต้องแปล
.
ข้อที่สอง คำเดียวสั้นๆ คือ “ชิล”..ใช่ครับ ชิลๆ ครับ ฟังไม่ออกอย่าไปหัวเสีย ช่างแม่งครับ ฟังไม่ออกรอบหน้าตั้งใจฟังใหม่ ดูเอาสนุก เอามันส์กับหนังที่ตัวเองรั
.
และขั้นตอนที่ 3 ขั้นตอนสุดท้ายสำหรับ สุดยอดเทคนิคการดูหนัง ตามแบบฉบับของ Mind English ติดตามต่อได้ในบทความตอนหน้าครับ

howtowatchmovies1

ดูหนังยังไง ให้พูดอังกฤษได้ (ตอนที่ 1)

howtowatchmovies1

ดูหนังยังไง ให้พูดภาษาอังกฤษได้ ตอนที่ 1

ดูหนังยังไง ให้พูดภาษาอังกฤษได้ ตอนที่ 1

เคยได้ยินไหม?…มีคนมักบอกว่าอยากพูดอังกฤษเก่งๆ ให้ดูหนังฝรั่งบ่อยๆ คิดถึงตัวเอง..ไอเราก็ดูหนังฝรั่ง Soundtrack มาตลอดนี่หว่า ทำไมตอนนี้ยังง่อยๆอยู่ (วะ)
.
.
ดูหนังฝรั่งบ่อยๆ ทำให้เก่งภาษาอังกฤษ จริงไหม?
.
จริงครับ ถ้าถูกวิธี (และการเรียนภาษาอังกฤษตามระบบ Mind English สนับสนุนให้ดูหนังฝรั่งด้วย)
.
คนส่วนใหญ่ดูหนังฝรั่งแบบผิดวิธี ดูมาทั้งชีวิตไม่เห็นจะเก่งขึ้นเลย ทำไมเนี่ยย
.
ก็เพราะสิ่งที่คนส่วนใหญ่ดู คือดูหนังฝรั่งจริง แต่ดูแบบซับไทยไงครับ
.
ถามจริง เอาแบบเนื้อแท้เลย… ว่าเราตั้งใจฟังหรือตั้งใจอ่านซับมากกว่ากัน
.
สุดท้ายการดูหนังแบบนี้ ถ้าเพื่อความบันเทิงไม่มีปัญหาอะไรนะ แต่ถ้าอยากฝึกภาษาอังกฤษด้วย วิธีนี้ถือว่าด๋อยมาก ไม่เวิคเลย
.
เพราะสุดท้าย เอาเข้าจริง กลายเป็นว่าเราได้ฟังเค้าพูดแบบตั้งใจจริงๆน้อยมากก จนบางครั้งอาจจะไม่ได้ฟังเลย แค่ได้ยินผ่านหูไป (ฟังกับได้ยินคนละอย่างนะครับ)
.
เพราะใจเราไปโฟกัสกับการอ่านซับแล้ว ทำให้ไม่ได้สนใจสิ่งอื่นๆ
.
.
อ่าว ถ้ายังงี้ ถ้าให้ดีต่อไปต้องดูหนังที่เป็นซับ Eng ใช่ไหม จะได้ฝึกภาษาอังกฤษมากขึ้น
.
คำตอบคือ ดีขึ้นมาหน่อยครับ แต่ก็ง่อยเหมือนกัน อั้ยย่ะ!
.
จำไว้เลย หัวใจของการฝึกภาษาอังกฤษด้วยการดูหนังคือ “ฝึกฟัง ฝึกดูโดยประกอบกับเรื่องราวตามเนื้อเรื่อง”
.
ถ้าเราฝึกฟังและดูมากพอ เราจะสามารถเข้าใจความหมาย words, phrases หรือ sentences ต่างๆ แบบเป็นภาพ เป็นอัตโนมัติ โดยที่ไม่ต้องแปลว่าความหมายเป็นภาษาไทยด้วยซ้ำ
.
ซึ่งสอดคล้องกับการเรียนรู้ศัพท์ตามระบบของ Mind English พอดิบพอดี (ลองอ่านบทความชุด “วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ!”) ว้าวววว!
.
แต่การดูหนังแบบSub Eng ก็ไม่ตอบโจทย์ เพราะสุดท้ายภาพที่เกิดขึ้นจริงคือ เราก็มัวแต่จดจ้องอยู่กับซับ พยายามอ่านและแปลให้ทัน เพื่อให้เข้าใจเนื้อเรื่อง
.
สุดท้าย แทนที่จะได้ฝึกฟัง กลายเป็นฝึกอ่านไปซะยังงั้น! ถ้าถามว่าโอเคไหม ก็ยังดีที่ได้ฝึกภาษาอังกฤษเพิ่ม ทำให้อ่านเก่งและไวขึ้น
.
แต่ในแง่การฟัง-พูดก็ไม่ยังตอบโจทย์อยู่ดี สุดท้ายดูหนังจนตาเป็นต้อยังไง สุดท้ายก็สามารถพูดอังกฤษได้อยู่ดี
.
อ่าว แล้วงี้ให้ดูหนังไงดีอ้ะ ซับไทยก็ไม่ได้ ซับอังกฤษก็ไม่เวิค ดูแบบไม่มีซับแม่งเลยดีไหม จะได้จบๆ
.
ไม่ดีครับ พูดเลย! เพราะสุดท้ายพอเริ่มดูไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็ไม่อยากดูและ
.
เอ้าาา!! แล้วอย่างงี้ต้องดูหนังยังไงเนี่ยย เริ่มงงละ ฮ่าๆ
.
อยากรู้ว่าดูหนังยังไง ให้พูดภาษาอังฤษคล่อง ต้องติดตามตอนหน้า
.
บอกเลยว่าสำคัญมาก! เพราะบทความตอนต่อไป เราจะเปลี่ยนวิธีดูหนังของคุณไปตลอดกาลลลล 555+ อย่างเว่อร์