Posts

mindvocab2

จำศัพท์เป็นภาพกันดีกว่า (ep.2)

mindvocab2

pic-vocab

มาต่อกันตอน 2 …จากที่เราบอกว่าระบบ Mind English ของเราจะห้ามไม่ให้ท่องศัพท์แบบเดิมๆ ที่แปลแล้วจำๆ แบบนกแก้วนกขุนทอง (Translating&Memorizing)
.
เราเน้นการเรียนรู้ศัพท์เป็นภาพ (Visualizing&Feeling) เพราะจะจำศัพท์ได้อย่างยาวนานและเวลาคุยกับฝรั่งก็สามารถหยิบศัพท์นั้นๆมาใช้ได้ทันทีแบบเป็นอัตโนมัติ
.
ตอนที่แล้ว เราเรียนรู้คำศัพท์กลุ่ม Preposition มาตอนนี้ เรามาเรียนรู้เรื่องคำกริยาที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว หรือ Verb of Movement กันบ้างๆ ที่เราตอนเด็กๆ เราท่องกันว่า
.
1. Walk = เดิน
2. Run = วิ่ง
3. Jump = กระโดด
.
อะไรประมาณนี้ แล้วเราก็แปล+ท่องไปเรื่อยๆ เวลาต้องคุยกับฝรั่งจริงก็งึกๆงักๆ ไม่ใช่ไม่รู้ศัพท์นะ รู้แต่นึกไม่ออก!!
.
ระบบ Mind English ของเราเลยไม่ให้ท่องศัพท์ไง ให้เรียนรู้ศัพท์เป็นภาพไปเลย เพราะมันเวิคกว่าเยอะะะ
.
ยกตัวอย่างการเรียนเรื่อง Verb of Movement ถ้าจะเรียนรู้แบบ Mind English เรียนรู้ยังไงล่ะ?….อ่ะ มาดูกัน!
.
1. Save รูปนี้เข้าคอม เข้ามือถือเลย เอาไว้มาดูบ่อยๆ เวลาดูก็ฝึกออกเสียงไปด้วย (ถ้าไม่รู้ออกเสียงยังไง อ่านได้ที่ http://www.mindenglish.net/article/greatvocab2/)
เช่น คำง่ายๆอย่าง jump ถ้าอ่านแบบไทยๆ ก็อ่านว่า จั๊ม
แต่ถ้าอยากอ่านแบบฝรังเก๋ๆเท่ห์ๆ อ่านว่า จัมพ์ (ออกเสียงเหมือนสองพยางค์ควบ พยางค์แรกออกเสียงว่า จั๊ม พยางค์ที่สองพูดว่า เผอะ แต่ไม่ต้องออกเสียง ออกแต่ลมเบาๆพอ) พูดง่ายๆ ขยับปากสองครั้ง ครั้งแรกออกเสียง ครั้งที่สองออกแค่ลมเบาๆน่ารักๆ รับรองเหมือนฝรั่งเด๊ะ)

2. จำภาพของคำศัพท์แต่ละอันไปเลยยย…ไม่ต้องแปลนะ ห้ามเด็ดขาด (ทำไมถึงห้ามแปล อ่านเพิ่มเติมที่ http://www.mindenglish.net/article/notranslation/)
จะเห็นว่าในภาพ เช่นคำที่เกี่ยวกับการกระโดด มี jump leap hop skip ไม่มานั่งท่อง นั่งจำคำแปลกันนะครับ จำคำศัพท์ จำกริยาอาการแท้จริงไปเลยย
.
3. สำคัญที่สุดข้อนี้ เราต้องเอามาประยุกต์ใช้จริงในชีวิตประจำวันกับตัวเรา ชีวิตเราจริงๆเลยนะ เช่น วันนี้ทำงานโคตรเหนื่อยเลย เดี๋ยวถ้ากลับบ้านปุ๊บ จะกระโดดขึ้นเตียงนอนปั๊บเลย…เราก็อาจจะคิดเป็นภาษาอังกฤษว่า When I arrive home, I will jump into the bed immediately!
แต่ถ้ายากไป ฝึกเป็นคำๆก็ได้ เช่น เห้ย กลับบ้านปั๊บ ชั้นจะ jump ขึ้นเตียงทันทีเลย! (แต่ถ้าให้ดี พยายามคิดเป็นประโยคนะ)
.
หัวใจ คือต้องฝึกใช้บ่อยๆ ยิ่งเราใช้บ่อย เรายิ่งคล่อง ยิ่งใช้คำศัพท์นั้นๆในสถานการณ์จริงได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเป็นอัติโนมัติสุดๆ

นี่คือวิธีการเรียนรู้แบบ Mind English เลย (ถ้าอยากเรียนรู้วิธีเรียนรู้ศัพท์แบบ Mind English อย่างละเอียดอ่านได้ที่ http://www.mindenglish.net/article/greatvocab1/) ทำแบบนี้ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้ แต่ให้ทุกเรื่อง ทุกคำศัพท์
.
บางคนถามเห้ยถ้าให้จำเป็นภาพ พออ่านหนังสือเจอคำศัพท์ใหม่ ที่ไม่รู้ความหมายจะเป็นภาพได้ไง? ถ้าเคสนี้อนุโลมให้เปิดดิกได้จ้า ดูพอให้รู้ความหมาย แต่เวลาจำให้จำเป็นภาพ และฝึกใช้บ่อยๆ
.
คำไหนเป็นสิ่งของ ก็จำเป็นภาพ คำไหนเป็นความรู้สึกก็จำเป็นความรู้สึก
แล้วปัญหาเวลาเจอฝรั่งแล้วนึกศัพท์ไม่ออก จะไม่เกิดกับคุณอีกเลย…

mindvocab1

จำศัพท์เป็นภาพกันดีกว่า (ep.1)

mindvocab1mindvocab

ระบบ Mind English ของเราจะห้ามไม่ให้ท่องศัพท์แบบเดิมๆ ที่แปลแล้วจำๆ แบบนกแก้วนกขุนทอง (Translating&Memorizing)
.
เราเน้นการเรียนรู้ศัพท์เป็นภาพ (Visualizing&Feeling) เพราะจะจำศัพท์ได้อย่างยาวนานและเวลาคุยกับฝรั่งก็สามารถหยิบศัพท์นั้นๆมาใช้ได้ทันทีแบบเป็นอัตโนมัติ
.
เช่น การเรียนรู้เรื่อง Preposition ตอนเด็กๆเราเรียนรู้กันยังไงครับ?
เรานั่งท่องกันถูกมะ…
.
1. Above = เหนือ
2. Under = ใต้
3. Beside = ข้างๆ
4. Inside = ข้างใน
5. Outside = ข้างนอก
.
ไรงี้ถูกมะ แล้วเราก็แปล+ท่องไปเรื่อยๆ เวลาต้องคุยกับฝรั่งจริงก็งึกๆงักๆ ไม่ใช่ไม่รู้ศัพท์นะ รู้แต่นึกไม่ออก!!
.
ระบบ Mind English ของเราเลยไม่ให้ท่องศัพท์ไง ให้เรียนรู้ศัพท์เป็นภาพไปเลย เพราะมันเวิคกว่าเยอะะะ
.
ยกตัวอย่างการเรียนเรื่อง Preposition ถ้าจะเรียนรู้แบบ Mind English เรียนรู้ยังไงล่ะ?….อ่ะ มาดูกัน!
.
1. Save รูปนี้เข้าคอม เข้ามือถือเลย เอาไว้มาดูบ่อยๆ เวลาดูก็ฝึกออกเสียงไปด้วย (ถ้าไม่รู้ออกเสียงยังไง อ่านได้ที่ http://www.mindenglish.net/article/greatvocab2/) เช่น คำแรก above ก็ฝึกออกเสียงไปด้วย ไม่ใช่ อะโบ้บ นะจ๊ะ อะเบิฟว์จ่ะ ออกเสียงอะเบาหน่อย ออกเสียงเบิฟว์หนักหน่อย ประมาณนี้
.
2. จำภาพของคำศัพท์แต่ละอันไปเลยยย…ไม่ต้องแปลนะ ห้ามเด็ดขาด (ทำไมถึงห้ามแปล อ่านเพิ่มเติมที่ http://www.mindenglish.net/article/notranslation/)
above คือ above (เป็นภาพคำนั้น)
ไม่ใช่ above คือ เหนือ ไม่เอา ไม่เอาแบบนี้เด็ดขาด
.
3. ข้อนี้เด็ดสุด เอามาประยุกต์ใช้จริงในชีวิตประจำวัน
เช่น ที่ทำงาน สมมติเราเก็บปากกาไว้ในกล่อง ก็นึกเป็นภาษาอังกฤษเป็นประโยคง่ายๆเลย เช่น A pen is inside a box. ง่ายๆแค่นี้
หรือถ้าเราไม่ไหวจริงๆ ก็ใช้ภาษาไทยเลย เช่น ปากกาอยู่ inside กล่อง
เพราะเราต้องการฝึกใช้ Preposition โฟกัสเฉพาะส่วนก็ได้ แต่ถ้าได้หมดก็ดี
.
ไปที่ไหนฝึกใช้บ่อยๆ เช่น เวลาอยู่ในห้องประชม ตัวเราอยู่ระหว่างอีจอยกับอีจุ๋ม ก็อาจคิดเป็นภาษาอังกฤษว่า I sit between Joy and Joom.
.
Key คือต้องฝึกใช้บ่อยๆ ยิ่งเราใช้บ่อย เรายิ่งคล่อง ยิ่งใช้คำศัพท์นั้นๆในสถานการณ์จริงได้อย่างเป็นอัตโนมัติ
.
นี่คือวิธีการเรียนรู้แบบ Mind English เลย (ถ้าอยากเรียนรู้วิธีเรียนรู้ศัพท์แบบ Mind English อย่างละเอียดอ่านได้ที่ http://www.mindenglish.net/article/greatvocab1/) ทำแบบนี้ไม่ใช่เฉพาะเรื่อง Preposition แต่ให้ทุกเรื่อง ทุกคำศัพท์
.
คำไหนเป็นสิ่งของ ก็จำเป็นภาพ คำไหนเป็นความรู้สึกก็จำเป็นความรู้สึก
แล้วปัญหาเวลาเจอฝรั่งแล้วนึกศัพท์ไม่ออก จะไม่เกิดกับคุณอีกเลย

howtovocab1

วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ! (ตอนที่ 1)

howtovocab1

วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ ตอนที่ 2

วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ ตอนที่ 2

วิธีท่องศัพท์ฉบับเทพ!
.
.
(อ่านตอนก่อนหน้า ก่อนนะ สำคัญมากๆๆๆ>>http://www.mindenglish.net/article/stopvocab2/)
.
.
ถ้าใครได้อ่านตอนก่อนหน้าของบทความชุด “อยากพูดอังกฤษคล่อง ต้องงดท่องศัพท์” มาแล้วทั้ง 2 ตอน

คงจะรู้แล้วว่าวิธีการเรียนรู้ศัพท์แบบดั้งเดิมที่เรานั่งท่องศัพท์กันมาตลอดการเรียนภาษาอังกฤษนับสิบๆปี มันไม่เวิคสำหรับการฝึกให้พูดอังกฤษได้จริงเลย
.
.
วันนี้เราจะมาเผยวิธีการเรียนรู้ศัพท์ฉบับเทพตามระบบของ Mind English กัน
.
จากการท่องศัพท์แบบเดิมที่ใช้วิธี Translating & Memorizing หรือวิธีแปลแล้วนั่งท่องแบบที่เราคุ้นเคย ซึ่งเป็นการเรียนรู้โดยใช้สมองซีกซ้าย
.
.ซึ่งไม่เวิคเพราะสมองซีกนี้เป็นสมองส่วนความทรงจำระยะสั้น ทำให้จำศัพท์ได้ไม่นานก็ลืม ถึงเวลาพูดกับฝรั่งจริงก็จะนึกไม่ค่อยออก (ทั้งๆทีรู้ศัพท์นั้นแท้ๆ)
.
.
วิธีการเรียนรู้ศัพท์ของ Mind English จะเปลี่ยนจากการเรียนรู้แบบดั้งเดิมที่ใช้วิธี Translating & Memorizing เป็น Visualizing & Feeling แทน
.
การ Visualizing คือการจินตนาการภาพคำศัพท์นั้นให้มีตัวตนจริง เชื่อมโยงกับสิ่งที่เรารู้จักจริงๆ และต่อด้วย Feeling หลังจากนึกภาพแล้วให้รู้สึกไปกับมัน สัมผัสมันทั้งในจินตนาการ
.
ซึ่งการ Visualizing &Feeling นั้นเป็นการเรียนรู้โดยใช้สมองซีกขวา เป็นการจำเป็นภาพซึ่งทำให้เกิดความทรงจำระยะยาวครับ
.
ยกตัวอย่างคำว่า Cat ถ้าท่องแบบเดิมคือแปลว่าแมว แล้วก็จบ
.
แต่สำหรับเรา Cat ให้นึกถึงแมวของคนข้างบ้าน ให้รู้สึกและสัมผัสถึงความซนของมัน
.
ยกตัวอย่างคำว่า Enormous แปลว่ากว้างใหญ่มหึมา ให้มองขึ้นท้องฟ้าแล้วสัมผัสความยิ่งใหญ่ของมัน แล้วจดจำว่าท้องฟ้านี่แม่งโคตร Enormous เลย
.
หรือกระทั่งคำง่ายๆ อย่าง Excite ถ้าแปลตรงๆ แปลว่าตื่นเต้น แต่อย่าไปจำว่า Excite = ตื่นเต้นครับ แป๊บเดียวก็ลืม ให้จินตนาการถึงความรู้สึกตอนที่ตัวเองไปเดทกะแฟนครั้งแรก ความรู้สึกนั้นแหละคือ Exciting จำความรู้ไปเลย ไม่ต้องจำความหมายภาษาไทย
.
วิธีนี้จะใช้เวลาในการจำศัพท์แต่ละคำมากกว่าวิธีท่องตรงๆ 2-3 เท่า แต่จะสามารถจดจำและนำมาใช้ได้ดีกว่าเดิมมากกว่า 10 เท่าครับผม คอนเฟิร์ม! ผมลองมาแล้ว!
.
เมื่อเรียนรู้แล้วอย่าลืมที่จะทบทวน การทบทวนของเราคือฝึกใช้บ่อยๆ ในชีวิตจริงๆเนี่ยแหละ เช่น ไปโรงเรียนเจอแมวหน้าโรงเรียนก็อย่านึกว่ามันคือแมว ให้นึกว่ามันคือ Cat
.
พอเดินผ่านสนามบอลให้รู้จักว่า โอ้ว สนามนี้แม่ง Enormous มาก
.
พอขึ้นห้องครูจะประกาศคะแนนสอบ โอ้ยย แม่งโคตรรู้สึก Excite เลยว่ะ เฟดเฟ่!
.
.
ทำแบบนี้บ่อยๆกับทุกคำที่คุณเรียนรู้ในแบบ Visualizing & Feeling คุณจะไม่ได้รู้สึกว่าคุณกำลังฝึกภาษาอังกฤษ แต่คุณจะรู้จึกว่าภาษาอังกฤษกลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณ
.
เวลาคุณจะพูดกับฝรั่ง ปกติเวลาพูดกับใคร สมองคุณจะนึกและประมวลผลเรื่องราวเป็นภาพอยู่แล้ว คุณจะสามารถพูดออกมันมาได้โดยอัตโนมัติ โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาแปลเป็นไทยเลย! ลองไปทำดูนะครับ
.
ต่างกับที่คุณท่องลิสต์ศัพท์แบบเดิม
ท่องเป็นตัวอักษร ท่องเป็น Text
.
เวลาพูดจริง สมองไม่ได้นึกเป็นตัวอักษรเหมือนเป็นป้ายไฟวิ่งเลื่อนในหัว
.
สมองประมวลผลเป็นภาพ… เวลาคุณพูดกับฝรั่งคุณถึงนึกศัพท์ไม่ค่อยออกไง ตะกุกตะกักเป็นเป็นคนติดอ่างเลย เข้าใจแล้วนะว่าทำไม?

.

.

สนใจรับทริคฝึกพูดภาษาอังกฤษขั้นเทพ ฟรี! ตามแบบฉบับของมายด์อิงลิชได้ที่ Official Line ของเรา แอดได้ที่ @Mindenglish (ใส่ @ ด้วย) มีกิจกรรมให้ร่วมสนุก ลุ้นเรียนฟรีทุกสัปดาห์!! (ใครอ่านในมือถือ คลิ๊กแอดเฟรนด์ได้ที่นี่เลย http://line.me/ti/p/@bca7662f ) หรือ Add โดยใช้ QR Code ด้านล่างได้เลยจ้าาาา ^^

qr code line@

 

seminar web